ว่าทำไมถึงได้ไปที่สนามม้าในตอนนั้น!มู่จิ่งชูเกลียดเธอก็สมควรแล้ว เธอเป็นคนหุนหันแบบนี้ ไม่เคยคำนึงถึงผลที่ตามมา!เสี่ยวเสวียนฉีเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อในคำพูดของเธอ!“ฮึๆ! มองที่ตาของเราแล้วพูดสิ พูดเลย!”เธอไม่เคยโกหกเมื่อใดที่ต้องพูดในสิ่งที่ขัดใจ เธอก็จะไม่กล้าสบตาใคร!“เราบอกให้เจ้าเงยหน้าขึ้น!!”เสินจื่ออี้สะดุ้งเฮือกเมื่อโดนตะคอก ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง คุกเข่าลงบนเตียง พูดวนเวียนกับเขาที่กำลังโกรธว่า “หม่อมฉันผิดไปแล้ว ขอองค์รัชทายาทโปรดสงบพระทัย…”คำวิงวอนเช่นนี้ไม่เพียงแต่ไม่ได้ผล กลับยิ่งทำให้ใบหน้าของเสี่ยวเสวียนฉีปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนักหน่วงยิ่งขึ้น!“อย่าพูดอีก ห้ามพูดสองคำนั้น!”“ได้ยินหรือไม่!”เสินจื่ออี้ถูกความโกรธที่พลุ่งออกมาอย่างไม่มีสาเหตุของเขาทำให้ตกใจ หวาดกลัวและสับสน ไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด เพียงแต่คุกเข่าวิงวอนบนเตียง พร้อมกับพูดคำที่เสี่ยวเสวียนฉีไม่อยากได้ยินที่สุดในตอนนี้!“ขออภัยองค์รัชทายาท จะให้หม่อมฉันทำอะไรก็ได้ ขอเพียงไว้ชีวิตต่ำต้อยนี้”“ขอร้ององค์รัชทายาท หม่อมฉันต่ำต้อย…”เสี่ยวเสวียนฉีรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ โทสะพุ่งสูงขึ้น เขาคว้าตัวเธอขึ้นมากระแทกเธอเข้ากับหัวเตียง แล้วก้มลงปิดริมฝีปากของเธอ!กลืนคำพูดสกปรกน่ารังเกียจที่สุดเหล่านั้นทั้งหมด ลงไปในจูบอันร้อนแรงนี้!จูบนี้มาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า กระหน่ำลงมาอย่างทั่วฟ้า!เสินจื่ออี้ที่กำลังมึนงง ถูกกร