เสินจื่ออี้รู้ว่าหากไม่ใช่เพราะหาคนไม่เจอ ทาสคนนี้คงไม่มาที่นี่ ยิ่งล่าช้าสถานการณ์ยิ่งอันตราย เธอจึงเร่ง“ดีแล้ว ขอคุณชายน้อยรีบหน่อยนะ!”โรงม้าอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงใต้ของวังหลวงเป็นสถานที่ที่บูรณะมาตั้งแต่รัชกาลก่อน แต่เพราะฮ่องเต้ฉงหมิงมีร่างกายไม่แข็งแรง แทบไม่ได้ขี่ม้า พวกองค์ชายก็มีภารกิจมากมาย โรงม้าจึงถูกทิ้งร้างไปนาน มีเพียงทาสบางคนที่อยู่ดูแลม้าและโรงม้าเท่านั้นแม้จะถูกทิ้งร้าง แต่หากไม่มีขันทีน้อยนำทาง ทาสต่ำต้อยอย่างเสินจื่ออี้ก็ไม่สามารถมาที่นี่ได้ตามอำเภอใจขันทีน้อยเล่าว่า หลังจากเสี่ยวเสวียนฉีขี่ม้าเข้าไปในสายฝน ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นจากในลาน คล้ายเสียงตกจากหลังม้า แต่พอเขาไปถึง องค์รัชทายาทกลับไม่อยู่ในลาน!เป็นไปไม่ได้ที่คนจะหายไปมีแต่ต้องเกิดเหตุไม่คาดฝันบางอย่างแต่โรงม้าใหญ่มาก สายฝนก็หนัก แบบนี้หาคนไม่เจอแน่เสินจื่ออี้เงยหน้ามองม่านฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ วิ่งไปจูงม้าตัวหนึ่ง กระโดดขึ้นหลังม้า ภายใต้สายตาตกตะลึงของขันทีน้อย ควบม้าเข้าไปในลาน!เธอไม่ได้ขี่ม้ามานานแล้วสตรีชั้นสูงของแคว้นเป่ยฉีโดยทั่วไปจะไม่เรียนการขี่ม้า ในวงสังคมชนชั้นสูงของแคว้นเป่ยฉี ทั้งการขี่ม้าและยิงธนูล้วนเป็นเรื่องของผู้ชาย หากสตรีก้าวก่าย จะถูกมองว่าหยาบคายไร้มารยาทและตอนนั้น เธอเรียนเพื่อหมู่จิ่งชูเสินจื่ออี้รู้ว่าหมู่จิ่งชูชอบควบม้า เพื่อที่จะได้คุยกับเขา เพื่อให้ตัวเองคู่ควรที่จะยืนเคียงข้า