งเขา เธอเต็มใจเรียนรู้ทุกสิ่งแม้จะถูกคนดูหมิ่นแต่พอเธอเรียนจนชำนาญและขี่ม้าไปหาหมู่จิ่งชู เขากลับไม่แม้แต่จะมองเธอแวบเดียวตั้งแต่นั้นมา เธอไม่เคยแตะต้องม้าอีกเลยตอนนี้ร่างกายที่ทรุดโทรมของเสินจื่ออี้ การจะขี่บนหลังม้าตัวใหญ่ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย หลายครั้งเกือบถูกม้าสลัดตกลงไป!ทำให้ขันทีน้อยที่มองอยู่ด้านหลังตกใจแทบช็อกเขารู้สึกว่าตัวเองโง่จริงๆ ที่เชื่อว่านางกำนัลที่ดูผอมแห้งจนเดินสามก้าวจะล้มจะสามารถหาองค์รัชทายาทได้! เขาไม่กล้ามองลานนั้นอีกต่อไป กลัวว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นอีกที เสินจื่ออี้จะถูกสลัดลงจากหลังม้าและถูกเหยียบจนเละ!เขาหมดหวังหันหลังกลับ รีบไปหาคนอื่นดีกว่า!ในลานใต้สายฝน เสินจื่ออี้แทบจะทาบตัวลงบนหลังม้าปล่อยให้ม้ากระโดดไปทั่ว ทุกจังหวะที่ม้าทะยานขึ้นและลงกระแทก เธอรู้สึกราวกับอวัยวะภายในกำลังจะแตกสลาย!ยังดีที่สุดท้ายเธอก็ทรงตัวอยู่ได้ขันทีน้อยคนนั้นดูแล้วเพิ่งเข้าวังไม่นาน ไม่รู้ว่าด้านหลังโรงม้ามีป่าเล็กๆ ที่มีเนินเตี้ยถูกกลบด้วยพุ่มหญ้าเสินจื่ออี้ควบม้าไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็พบม้าที่สลบไปและเสี่ยวเสวียนฉีเขาคงตกม้า หน้าผากเต็มไปด้วยเลือด เสื้อคลุมฉีกขาดเสินจื่ออี้ลงจากม้า รีบวิ่งเข้าไปหาสิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่หน้าผากที่แตก แต่เป็นแขนของเขา!เมื่อสัมผัสแขนที่บวมชัดเจนของเขา ใบหน้าของเสินจื่ออี้เคร่งขรึมสุดท้ายก็บาดเจ็บอีกแล้วเสินจื่ออี้ทั้งโกรธทั้งหมดปัญญา เธอคิดว่า