น”หมอหลวงหลินผู้เฒ่าขมวดคิ้ว นึกถึงท่าทีของเสี่ยวเสวียนฉีก่อนหน้านี้ ซึ่งก็เหมือนกับที่เสินจื่ออี้พูดจริงๆ เขาเพียงต้องการให้เธอมีชีวิตรอดเท่านั้นแต่หมอหลวงหลินผู้เฒ่าไม่ลืมท่าทางร้อนรนของเสี่ยวเสวียนฉีตอนที่เพิ่งนำตัวคนมาส่งปฏิกิริยาโดยสัญชาตญาณของคนเราหลอกกันไม่ได้หมอหลวงหลินผู้เฒ่ามองเสินจื่ออี้อีกครั้ง รู้สึกว่าบางเรื่องคนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่ง ต้องให้ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เข้าใจด้วยตัวเอง“ขอบคุณท่านหมอ ข้าจะกลับไปทันทีที่หายดี จะไม่รบกวนท่าน”“ไม่เป็นไร ในตำหนักบูรพามีคนมากมาย ขาดนางกำนัลไปคนหนึ่งก็ไม่เกิดเรื่องใหญ่ ตอนนี้มีเวลา ก็พักฟื้นร่างกายให้ดี ข้าจะไม่ไล่เจ้า จะพักหนึ่งสองวันหรือหนึ่งชั่วยามก็ได้ ชีวิตนี้จะอยู่อีกนานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง”ดวงตาของเสินจื่ออี้แสบร้อน เธอมองตามหมอหลวงหลินผู้เฒ่าออกไปด้วยความซาบซึ้งแม้จะพูดอย่างนั้น แต่พัก? เธอมีเวลาจริงหรือเรื่องคุณป้าไฉ่ถูกวางยาพิษเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน นางกำนัลคนหนึ่งล้มป่วย คนที่จับจ้องตำแหน่งของเธอมีแต่มากไม่มีน้อยใช่ คนที่จับจ้องตำแหน่งนี้มีมากเหลือเกินแล้วการถูกวางยาพิษครั้งนี้… ในความคิดของเสินจื่ออี้ปรากฏใบหน้าของหงเอ๋อขึ้นมาอย่างประหลาด แววตาวูบไหวจิตใจหนักอึ้ง ร่างกายเธอเริ่มรู้สึกไม่สบายอีกครั้งช่างเป็นเหมือนสำนวนที่ว่าความเจ็บป่วยมาเร็วดั่งภูเขาถล่ม พอล้มลงครั้งนี้ เสินจื่ออี้ก็หลับไปอีกครึ่งวัน เมื่อตื่นขึ้น