ิ้งความอ่อนเยาว์ที่เสินจื่ออี้คุ้นเคยไปจนหมดสิ้น กลายเป็นมือที่หยาบกระด้างของชายผู้เติบโตเต็มที่มือนั้นลูบไล้บนผิวหลังของนาง ทีละนิ้ว ทีละนิ้วควรจะเจ็บและระคายเคือง แต่นางกลับรู้สึกชาและคัน…เสินจื่ออี้อดไม่ได้ที่จะหดขาเข้าหากันนางรู้ดีว่าเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มคนเดิมอีกต่อไป และนางก็เคยสัมผัสความป่าเถื่อนและบ้าคลั่งของความเป็นชายของเขานางเพียงแค่ไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศกำกวมและแปลกประหลาดระหว่างพวกเขาไม่ใช่ครั้งแรกที่เปลือยกายต่อหน้าเขา แต่ในยามนี้ในค่ายทหารกลางป่าเปลี่ยวที่มีลมหนาวพัดกระโชก ภายใต้ลมหายใจร้อนผ่าวของเขา กลับทำให้เสินจื่ออี้รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูยิ่งกว่าการปรนนิบัติในตำหนักบูรพาครั้งใดๆ!แม้แต่ลมหายใจก็เริ่มกราชั้นขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ!แต่สิ่งที่ปั่นป่วนรุนแรงกว่า คือหัวใจของเสินจื่ออี้ไม่รู้ว่าทำไม เสินจื่ออี้ที่ออกจากวังวันนี้และเผชิญเรื่องราวมากมาย ไม่เคยพังทลายลง แต่มาถึงขณะนี้ ดวงตากลับเหมือนมีเม็ดทรายเข้าไป น้ำตาทะลักออกมาอย่างกะทันหัน ห้ามไม่อยู่ตั้งแต่วันที่ถูกทำร้าย นางไม่เคยร้องไห้เลยสักครั้งแม้จะเจ็บจนนอนกระสับกระส่ายไม่หลับ นางก็กัดฟันอดทน หรือไม่ก็ทุบตัวเองจนสลบเพื่อให้หลับไปแต่ตอนนี้ นางพลันทนไม่ไหวอีกต่อไปร้องไห้จนร่างสั่น ร้องไห้จนหมดแรงราวกับความเจ็บปวดและความขมขื่นที่ฝังลึกที่สุดในใจ ถูกระบายออกมาทั้งหมดในตอนนี้นางเบือนหน้าไป ไหล่สั่น กลั้นเสียงสะอื้น ไม่อยากใ