้พี่ชายเป็นแบบนี้เสมอ คอยรักคอยปกป้องนาง เก็บนางไว้ในอุ้งมือตลอดเวลาจนบัดนี้ เสินจื่ออี้ถึงเข้าใจความหมายของคำว่า ต้นไม้ใหญ่ย่อมโดนลมแรง“อาจารย์เสินตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ล้วนเป็นความผิดของเขาเอง อีกอย่าง ข้อกล่าวหาของตระกูลเสินมีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้” เฉินซี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะหยันสายตาเยาะหยันแบบนี้ เสินจื่ออี้เคยเห็นมาแล้วนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่คือมองที่นางนางชินชาแล้ว แต่แววตาดูแคลนและเยาะเย้ยที่เฉินซี่มีต่อบิดา กลับทิ่มแทงใจนางอย่างลึกซึ้งและยังกระตุ้นความปรารถนาอย่างแรงกล้าในใจนาง ที่อยากจะกู้คืนความบริสุทธิ์ให้กับตระกูลเสิน!นางไม่ได้อธิบายอะไรกับเฉินซี่มากไปกว่านั้น คนอื่นไม่เข้าใจบิดา ไม่ว่านางจะพูดอย่างไร คนภายนอกก็คงคิดว่านางกำลังบ้า กำลังคิดเพ้อเจ้อถึงแม้จะแสดงการเยาะหยัน แต่สุดท้ายเฉินซี่ก็ตอบตกลงกับนางไม่ใช่เพราะเขาสงสารนางแต่เพราะเขาคิดว่าเสินจื่ออี้ที่อยู่ที่นี่ไม่ต่างกับระเบิดที่รอจุดชนวน หากปฏิเสธนางนางก็คงจะคิดหาวิธีอื่นอยู่ดี แทนที่จะปล่อยให้ตำหนักบูรพาวุ่นวาย สู้ให้นางได้ไปชิมรสความทุกข์ยากที่แท้จริงเมื่อได้ออกไปแล้ว นางจะรู้ว่าตำหนักบูรพาคือสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับนางพื้นที่นอกตำหนักบูรพาเหล่านั้น ต่างหากที่เป็นนรกขุมแท้จริง*พอถึงวันรุ่งขึ้น เฉินซี่ก็หาวิธีพาเสินจื่ออี้ออกจากคุกใต้ดินได้จริง แต่ให้เวลานางเพียงสองชั่วยามเขาบอ