เป็นโชคดีของเจ้าแล้ว ใครใช้ให้ในตำหนักบูรพามีแค่เจ้าที่เคยปรนนิบัติเจ้านายมาก่อนล่ะ? เจ้าควรดีใจด้วยซ้ำ!”ความอับอายและทรมานคืนแล้วคืนเล่าในวังหยูฮวา ช่างเป็นโชคดีอะไรเช่นนี้มือที่ถือชามน้ำของเสินจื่ออี้กำแน่นแล้วกำแน่นอีก สุดท้ายเธอก็วางชามลง เอามือไขว้กันอย่างมีระเบียบ นั่งคุกเข่าบนเตียงไม้พยักหน้า “ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”“พี่จื่ออี้!” หลิวซิงอยากจะห้าม แต่พอหันไปก็หมดกำลังใจเธอก็เป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อย ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงคำสั่งของเจ้านายได้หลิวซิงแค่รู้สึกว่า ชีวิตของพี่จื่ออี้ไม่ควรเป็นเหมือนตัวเธอ!ความว่าง่ายของเสินจื่ออี้เป็นสิ่งจำเป็นทางด้านคุณป้าฉือรั่วไม่มีข่าวอะไรมา เธอพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเธอยังคงหวังจะออกจากตำหนักบูรพาในวันคัดเลือกสนมนั้น ต้องพึ่งตัวเองเท่านั้นในช่วงไม่กี่วันก่อนการคัดเลือก เธอต้องอยู่อย่างปลอดภัย ไม่สามารถสร้างเรื่องได้อีกตอนนี้เป็นช่วงดึกของคืนเสี่ยวเสวียนฉีเพิ่งจัดการงานในห้องหนังสือของตำหนักบูรพาเสร็จ เดินผ่านบันไดวังหยูฮวา ดวงตาเย็นชาชำเลืองมอง ในกลุ่มนางกำนัลที่ก้มหมอบ เขาเห็นร่างคุ้นเคยเขาหยุดฝีเท้า เย้ยหยัน “ไม่ได้บอกเจ้าแล้วหรือว่าไม่ต้องมาปรนนิบัติที่วังหยูฮวาแล้ว แล้วยังวิ่งมาทำอะไรอีก?”หลังที่กำลังหมอบอยู่กับพื้นของเสินจื่ออี้สั่นเล็กน้อย ในใจเดาได้แล้วว่าการที่ถูกเรียกมานี่เป็นฝีมือของเหอซุ่ย“คนที่พยายามหลบเลี่ยงเราทุกวิถีทางคือเจ