ลง จ้องมองนางโดยไม่พูดอะไรตั้งแต่ตอนที่เขาพานางมาตำหนักบูรพา เขาก็อยากให้นางต่ำต้อยราวกับหนอนที่หมอบอยู่ตรงหน้าเขา ไม่มีวันยืดตัวขึ้นได้!แต่เมื่อมองความต่ำต้อยเช่นนี้นานๆ เขากลับรู้สึกรำคาญสีหน้าของเขายิ่งแย่ลง ราวกับถูกยั่วโมโหอีกครั้ง“แค่ไม่กี่วันไม่ได้พบ ก็ชอบเถียงแล้วหรือ?”เสินจื่ออี้ไหนเลยจะเถียง นางแค่พูดตามที่เขาพูดแต่เขาเป็นนาย หากบอกว่าเจ้าเถียง ก็คือเถียง“ดีมาก คืนนี้ลองดูกันว่าปากเจ้าแข็งเหมือนหินจริงหรือไม่!” เสี่ยวเสวียนฉีคว้าตัวนางขึ้นมาในคราวเดียว ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงตะเกียงระยับ แต่ไม่มีความสว่างแม้แต่น้อย มีเพียงความมืดมิดที่หายใจไม่ออกเกือบจะเป็นการลาก เสินจื่ออี้ถูกเขานำตัวไปที่ท้องพระโรงด้านในอย่างไร้ความปรานี!คาดการณ์ถึงฉากอัปยศที่กำลังจะเกิดขึ้น เสินจื่ออี้หลับตาลง นางคิดว่าตัวเองเคยชินแล้ว แม้แต่จะต่อต้านก็ไม่คิดจะทำแต่ครั้งนี้ เสี่ยวเสวียนฉีเพราะโมโห ไม่ได้ลากเสื้อผ้าของนาง แต่เป็นมือของนาง!คือมือขวาของนาง!ความฝันร้ายเหล่านั้นที่เคยเกิดขึ้นในเรือนนางกำนัล นางถูกมัด ถูกปิดตา ถูกย่ำยีในคืนมืดมิดหลายต่อหลายคืน ทะลักเข้ามาในความคิดของนางราวกับน้ำหลากทะลักตลิ่ง!“ไม่นะ มือของฉัน…ขอร้องล่ะ ให้ฉันคุกเข่าเลียอะไรก็ได้ ฉันยอม ขอไว้มือฉันด้วยอย่าสับ…อย่า…”“ไม่นะ ไม่นะ!”เสินจื่ออี้ไม่รู้ว่าแรงมาจากไหน กรีดร้องเสียงหนึ่ง พลันดิ้นรนสะบัดหลุดจากเสี่ยวเสวียนฉี!