หันกลับมาพลันชี้ไปที่เสินจื่ออี้!เหอซุ่ยชะงักลมหายใจ อกกราชับอย่างฉับพลัน พลันรู้สึกตื่นเต้นแต่เมื่อเห็นสีหน้าของเสี่ยวเสวียนฉีที่หันกลับมายังคงเย็นชาดุดัน ไร้ความอ่อนโยนแม้แต่น้อย มือของเหอซุ่ยที่กำผ้าเช็ดหน้าก็คลายออกเล็กน้อยประโยคถัดมา ได้ยินเสี่ยวเสวียนฉีพูดว่า“คนที่มีจิตใจชั่วร้ายอย่างนาง จะลงโทษอย่างไรก็เปล่าประโยชน์ แน่นอนว่าต้องให้เราสั่งสอนด้วยตัวเอง”เสี่ยวเสวียนฉีพูดด้วยสายตาโหดเหี้ยมไร้ความเมตตา ยังแฝงความรังเกียจเหอซุ่ยวางใจลง ทำสัญญาณมือให้คนรอบข้างถอยออกไปสุดท้ายเสินจื่ออี้ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นหินของวังหยูฮวารอบข้างเหลือเพียงนางกับเขาสองคนเสี่ยวเสวียนฉีเดินมาหานาง แม้จะเป็นฝีเท้าที่เบามาก แต่กลับเหมือนก้อนหินแหลมกระทบกระแทกแผ่นหลังนาง เมื่อเขาเข้าใกล้ ร่างของนางก็ค่อยๆ ก้มต่ำลงไปอีก“คิดจริงๆ หรือว่าเราไม่รู้อะไรเลย? เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของตัวเอง เจ้าทำทุกอย่างไม่เลือกวิธีการเช่นนี้เสมอ”คนอื่นไม่สังเกต แต่เขาเห็นเชือกของหยกห้อยที่โผล่พ้นเสื้อของอิงชุนออกมาครึ่งหนึ่ง!ผู้หญิงคนนี้ ช่างกล้าจริงๆ! ในตำหนักบูรพาของเขา ยังกล้าทำตามอำเภอใจ แม้นางจะเป็นผู้เสียหายตั้งแต่แรก ก็ไม่มีสิทธิ์!เสินจื่ออี้จ้องรองเท้าหุ้มข้อประดับด้ายทองอันสูงส่งตรงหน้า พูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า “หากพระองค์จะคิดเช่นนั้น นางกำนัลก็ทำอะไรไม่ได้ พระองค์ว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”ม่านตาของเสี่ยวเสวียนฉีหดเล็ก