วย!”สายตาของเขากวาดไปที่เสินจื่ออี้ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอีกด้านหนึ่ง เพิ่งเงยหน้าขึ้นมองก็รีบหันกลับไป ชัดเจนว่าไม่อยากมองนางแม้แต่นิด!“ลากออกไปทั้งหมด!”มือของเสินจื่ออี้ที่แตะพื้นหินแน่นขึ้นเล็กน้อย แล้วก็ยิ้มอย่างสงบเขาชอบกลั่นแกล้งนาง ไม่ใช่เรื่องแปลกเหอซุ่ยที่กำลังจะพูดขอความเมตตา สายตาวูบไหว มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย พลันกลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยกลับลงไปเสียคนของตัวเองไปคนหนึ่ง ให้เสินจื่ออี้พลอยเดือดร้อนไปด้วย การค้านี้ไม่ถือว่าขาดทุนพอเหอซุ่ยหันไปมองอิงชุน สีหน้าก็กลายเป็นจนปัญญา ส่ายหน้าให้นางหมายความว่านางก็ช่วยอะไรไม่ได้ รัชทายาทโกรธจริงๆ อิงชุนต้องรับโทษเองอิงชุนสิ้นหวัง แต่จะยอมรับโทษง่ายๆ ได้อย่างไร แม้เสินจื่ออี้จะถูกลงโทษไปด้วยนางก็ยังแค้นอยู่!“องค์รัชทายาท นางกำนัลถูกใส่ร้ายจริงๆ นางนั่นต่างหาก! เสินจื่ออี้อิจฉาที่นางกำนัลได้เข้าออกท้องพระโรงหลัก และได้ปรนนิบัติใกล้ชิดนาย นางอยากปรนนิบัติใกล้ชิดองค์รัชทายาทแต่ไม่มีโอกาส นางถึงได้หาวิธีใส่ร้ายนางกำนัล! ทั้งหมดเป็นเพราะนาง!”“องค์รัชทายาท! นางกำนัลถูกใส่ร้ายนะเพคะ…”เสี่ยวเสวียนฉีที่หันหลังไปแล้ว ใบหน้าเขียวคล้ำมืดหม่น ทันใดนั้นก็หยุดฝีเท้าไม่รู้ว่าเพราะลมเย็นจากนอกหน้าต่างพัดความอึมครึมในท้องพระโรงกระจายไปชั่วขณะหรือไม่ ดวงตาสีเข้มของเขาพลันมีประกายแปลก แม้แต่คิ้วที่ขมวดแน่นก็ดูเหมือนจะคลายออก“รอก่อน”“ให้นางอยู่”เสี่ยวเสวียนฉี