รุ่งโรจน์หลิวซิงแปลกใจที่เสินจื่ออี้ คุณหนูผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งถึงกับมีโรคประจำตัวเช่นนี้ได้อย่างไรแต่เธอเพียงแค่ตอบรับเบาๆ และรู้จักกาลเทศะไม่ซักไซ้มากไป“ตามหาพวกเธอทั่วที่! หิมะที่สะสมบนกำแพงลานตะวันตกสูงเกือบครึ่งตัวคนแล้วรีบไปกวาดเดี๋ยวนี้!” นางกำนัลที่มาตะโกนด้วยท่าทีดุร้าย หยิบไม้กวาดขึ้นมาแล้วปาใส่ทั้งสองคนหลิวซิงตกใจจนตัวสั่นเสินจื่ออี้ยังคงสีหน้าปกติ เก็บซาลาเปาแข็งที่กัดไปแล้วสองคำลง และหยิบไม้กวาดเดินตามไปยังลานตะวันตกอย่างว่าง่ายการเคลื่อนไหวตอนเก็บซาลาเปาแข็งนั้นระมัดระวังและพิถีพิถัน ราวกับกำลังเก็บของมีค่าทั้งที่ของแบบนี้ ในอดีตแม้แต่สุนัขที่บ้านยังไม่กินแต่ตอนนี้ เธอไม่มีบ้านแล้วหลิวซิงไม่กล้าเถียง หยิบไม้กวาดและเดินตามเสินจื่ออี้ไปกำแพงลานตะวันตกเป็นสถานที่ห่างไกลที่สุดในตำหนักบูรพา ที่นี่ทุกอย่างทรุดโทรม ปกติแทบไม่มีใครมาเยือน การที่พวกนางกำนัลสั่งให้พวกเธอมากวาดหิมะในยามดึก ชัดเจนว่าตั้งใจแกล้ง“ทางโน้นใต้กำแพงมีทางแคบเดินลำบาก ฉันไปเองก็พอ เธอช่วยกวาดหิมะในลานนี้แล้วกัน”นี่เป็นประโยคแรกที่เสินจื่ออี้พูดกับหลิวซิงโดยสมัครใจ ดวงตาของหลิวซิงเป็นประกาย พยักหน้าหงึกๆ!“ได้ๆๆ! พี่วางใจได้ ตรงนี้ฉันจัดการเอง!”เสินจื่ออี้ชำเลืองมองเธอ ไม่มีสีหน้าใดๆ แต่สายตาที่มองไปเมื่อครู่นั้น ยังคงมีความรู้สึกผิดวาบผ่านไปชั่วขณะการใช้หลิวซิงเพื่อปกปิดตัวเอง เป็นสิ่งที่เธอจำเป็นต้องทำแต่