“เสียดายนักหรือ”เมื่อเห็นว่าเธอไม่ขยับตัวเลยและไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย เสี่ยวเสวียนฉีก็พลันหรี่ตามองเธอ กดทับร่างเธอไว้ ชายตามองลงมาจากที่สูง“เสินจื่ออี้ เจ้าทำให้ข้าขยะแขยง ตกต่ำเป็นแค่นางกำนัลต่ำช้า แต่ก็ยังฝันว่าจะได้พึ่งพามู่จิ่งชู!”“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ามู่จิ่งชูจะยังมองเจ้าสักแวบ?”ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงมีความอ่อนเยาว์ของเสี่ยวเสวียนฉีดูหมองคล้ำและเย็นชาภายใต้ม่านที่พลิ้วไหวตามสายลม ดวงตาดำลึกจนมองไม่เห็นก้น! ราวกับมีห้วงลึกซ่อนอยู่ พร้อมจะทำลายทุกสิ่งของเธอ!ที่แท้เขาคิดว่าท่าทางต่ำต้อยของเธอเมื่อครู่นี้ เป็นเพียงการแสร้งทำเพื่อให้มู่จิ่งชูสงสารและพาเธอไปจากที่นี่หรือ?หัวใจที่เธอมีให้มู่จิ่งชูตายไปนานแล้วความเจ็บปวดแล่นผ่านบ่าอีกครั้ง เขากัดอีกครั้งหนึ่ง ลึกกว่าครั้งก่อน เธอคล้ายได้กลิ่นคาวเลือดเสินจื่ออี้ยังคงอดทนไม่ยอมส่งเสียง“ร้องออกมา นี่คือคำสั่งครั้งสุดท้ายของข้า”เธอกัดริมฝีปากที่ซีดจนเลือดออก ดวงตาแดงก่ำ!เป็นท่าทางที่น่าสงสารยิ่งนักแต่เสี่ยวเสวียนฉีไม่มีท่าทางสงสารเธอเลยแม้แต่น้อย ดวงตารูปหงส์เย็นชาไม่มีความรู้สึก ราบเรียบไร้อารมณ์“ไม่เต็มใจหรือ? เจ้าคิดว่าที่นี่ไม่สบาย อยากออกไปข้างนอก? ได้เลย ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”ไม่! ไม่!เสินจื่ออี้หายใจสะดุด ใจเต้นระรัว รีบคว้าแขนเสื้อของเขาไว้“เสี่ยวเสวียนฉี อย่า…”เธอแทบไม่เคยเรียกชื่อเขา นอกเสียจากตอนที่อ้อนวอน“ขอร้องเถอะ อย่าทำ