่า ทั้งตระกูลเสิ่น คนตายก็ตาย คนถูกเนรเทศก็ถูกเนรเทศ ทำไมนางคนเดียวถึงยังมีชีวิตอยู่?” นางกำนัลข้างๆ ถามเบาๆ“ข้าได้ยินมาว่า ตอนที่องค์รัชทายาทยังเป็นบุตรบุญธรรมของจวนท่านอาจารย์อยู่ เสินจื่ออี้คนนี้ก็ยั่วยวนพระองค์แล้ว องค์รัชทายาทระลึกถึงความรักเก่า เลยยังเหลือชีวิตนางไว้”“ถุย ต่ำช้าเหมือนพ่อของนางไม่มีผิด แต่ก่อนคิดจริงๆ ว่าท่านอาจารย์เสินเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริตที่สุดในแคว้นเป่ยฉี สุดท้ายก็ยังสมคบกับศัตรู ทรยศแคว้นเป่ยฉี…”เสินจื่ออี้เดินออกจากวังหยูฮวา ใบหน้าผอมแห้งอาบไปด้วยแสงจันทร์ซีดขาว ดูทรุดโทรมยิ่งขึ้นเธอทำเป็นไม่ได้ยินคำเยาะเย้ยเหล่านั้น เดินออกไปตรงๆ คำพูดเหล่านี้เธอได้ยินมามากแล้วในช่วงที่อยู่ในตำหนักบูรพา ไม่อยากสนใจแต่มีประโยคหนึ่งที่พวกนางพูดผิด เซินเสวียนฉี… ไม่สิ เสี่ยวเสวียนฉี ไม่ได้ละชีวิตเธอไว้เพราะระลึกถึงความรักเก่าเขาแค่อยากให้เธอมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานกว่าตายแต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ เธอจะมีชีวิตอยู่อย่างดีเธอไม่เชื่อว่าบิดาของเธอจะสมคบกับศัตรูเพื่อบิดาที่จากไป เพื่อมารดา และพี่ชายรวมถึงหลานชายที่เพิ่งเกิดก็ถูกเนรเทศไปชายแดนแล้ว!เธอต้องมีชีวิตอยู่!มีชีวิตอยู่เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด!นางกำนัลที่พูดเมื่อครู่เดินเข้ามา มองเสินจื่ออี้ด้วยสายตาเหยียดหยามและอิจฉาแอบแฝง“ไม่เห็นรึว่าพื้นระเบียงวังสกปรก? รีบไปเช็ดเร็วเข้า องค์รัชทายาทเกลียดที่สุดเวลาเห็นสิ่งสก