แม้นางจะโปรดปรานต้วนหลิงในฐานะบุตรเขยและพึงใจในคู่สมรสครั้งนี้ ทว่าความเป็นมารดาย่อมมองเห็นบุตรสาวเหนือสิ่งอื่นใด ยามหลินถิงมีความสุขกับคู่ครองนางก็หวังลึกๆ ว่าในใจบุตรสาว ยังจะวางมารดาไว้เป็นที่หนึ่งเสมอหลี่จิงชิวหาได้โทษต้วนหลิงไม่ เพราะรู้ดีว่านิสัยหลินถิงเป็นเช่นไร ต่อให้เขาห้ามไว้ หากนางอยากไปจริงๆ ก็ย่อมลอบไปเองอยู่ดีเมื่อเห็นว่าตามจับบุตรสาวไม่ทัน หลี่จิงชิวจึงขว้างไม้กวาดออกไปทันที “เจ้าชอบจื่ออวี่นักหรือ ถึงได้ตามเขาไปถึงอันเฉิง ไม่ห่วงชีวิตตนเองเลยหรือ!”ไม้กวาดลอยเอียงไปตกตรงประตูเรือน กลับถูกมือหนึ่งยื่นมารับไว้พอดี ผู้ที่มาถึงก็คือต้วนหลิง เขาเพิ่งก้าวเข้าลานมาก็เห็นไม้กวาดหล่นลงมา อีกทั้งยังได้ยินเสียงมารดากับบุตรสาวถกเถียงกันเซ็งแซ่หลี่จิงชิวอุทานอย่างประหลาดใจ “จื่ออวี่?”นางนึกว่าเขาจะกลับสกุลต้วนเสียก่อน หาได้คาดคิดว่าจะตามหลินถิงมาที่สกุลหลินด้วยเพียงพริบตาเดียว สีหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะของหลี่จิงชิวก็กลับกลายเป็นยิ้มแย้ม รีบแย่งไม้กวาดจากมือเขาไปโยนทิ้งมุมลาน “จื่ออวี่ เจ้ากลับมาแล้วหรือ เข้ามาข้างในเร็ว ระยะนี้เหนื่อยนักใช่หรือไม่ ข้าว่าตัวเจ้าผอมลงไปมากทีเดียว”หลินถิงที่แอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ค่อยๆ โผล่ออกมา เอ่ยเสียงเหงา “เหตุใดไม่บอกว่าข้าผอมลงบ้างเล่า”หลี่จิงชิวรีบคว้าแขนต้วนหลิงพาเข้าเรือน พลางปรายตาใส่บุตรสาว “ตาข้าไม่ได้บอด ใบหน้าเจ้ากลมขึ้นเสียขนาดนี้ จะผอมตร