หลินถิงกระพริบตาเพียงครั้งเดียว ใบหน้าของต้วนหลิงที่เมื่อครู่ยังเย็นชาดุจภูติผี กลับปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนดังเช่นเคย ราวกับภาพที่นางเห็นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาหลังตื่นนอนสายตานางตกลงไปยังปลายเท้าเปลือยเปล่าที่เหยียบบนพื้นไม้ “ท่านทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนั้น?”นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเขาในสภาพเช่นนี้ แม้ไม่อาจเรียกว่าเสียกิริยา แต่ต้วนหลิงที่นางรู้จักทุกวัน ไม่เคยปล่อยให้ตนเองอยู่ในสภาพผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย แถมยังยืนเท้าเปล่าเช่นนี้เลยสักครั้ง หรือว่าเขารู้เรื่องยากระตุ้นราคะที่นางฝังไว้ แล้วกำลังจะถามเอาความ? ความคิดนั้นแล่นวาบขึ้น ทำให้นางเผลอใจเต้นระส่ำแต่ไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อคืนนางโรยยาสลบใส่เขาจนแน่ใจว่าหลับสนิท จึงแอบไปขุดดินฝังยานั่นไว้ ไม่มีทางที่เขาจะล่วงรู้…“อย่าคิดไปเอง” นางกดเสียงในใจให้สงบลง “อย่าเผลอทำตัวมีพิรุธ จนเป็นการเผยไต๋เสียเอง”ต้วนหลิงก้าวมาหยุดตรงหน้า แผ่วเบายกมือเกลี่ยปอยผมที่กระเซิงขึ้นเล็กน้อยจากการนอนของนาง “เจ้าตื่นแล้ว/ท่านตื่นปล้ว”ทั้งสองพูดขึ้นเกือบพร้อมกัน น้ำเสียงประสานกันอย่างประหลาด แต่กลับชัดเจนในหูอีกฝ่ายสัมผัสอ่อนนุ่มจากเส้นผมของนางยังติดปลายนิ้ว เขาจึงค่อยๆ ถอนมือ พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าฝันร้าย… ใจจึงยังไม่สงบ” คำนี้เสมือนคำอธิบายว่าทำไมเขาจึงมายืนตรงนี้หลินถิงที่หัวใจเต้นระส่ำอยู่เมื่อครู่พลันโล่งอก ไม่ใช่เรื่องยากระตุ้นราคะที่นางซ่อนไ