เส้นผมยาวที่หล่นลงเอวไล้ผ่านมือของเขาที่กำบังเหียนอยู่พอดีต้วนหลิงนั่งอยู่ด้านหลัง เห็นชัดทุกอิริยาบถของนาง ครั้นนางหันกลับมามอง เขาก็เพียงนิ่งเงียบ เฝ้ารอคำพูดจากนาง แต่หลินถิงหาได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่เบือนหน้ากลับไป ทว่าก่อนหมุนตัวนางก็ยังแอบเหลือบตาไปมองเอวของเขาหนึ่งคราแววตาลอบมองนั้นไม่พ้นสายตาต้วนหลิง ครั้นนางหันกลับ เขาเองก็หลุบตามองเอวตน ด้านข้างรัดแน่นด้วยสายคาดเอว ถุงหอมเล็กๆ ที่แขวนอยู่แกว่งเบาๆ ไปตามแรงลม***ด้านหนึ่ง เซี่ยชิงเหอกลับถึงค่ายทัพแล้ว ลุงกุ้ยกำลังยืนอยู่หน้ากระโจม เหวี่ยงดาบใหญ่หนักนับสิบชั่งออกแรงฝึกวรยุทธ์ เขาอาศัยความมืดพรางแขนที่บาดเจ็บไว้ พลางเอ่ยขึ้น “ลุงกุ้ย”“เจ้าส่งนางออกไปอย่างลับๆ แล้วกระนั้นหรือ?” ลุงกุ้ยเอี้ยวมือตวัดดาบฟันลงทันที เสาไม้ที่ใช้ซ้อมแตกกระจายหักครืนลง เศษไม้ชิ้นหนึ่งกระเด็นมาตกตรงปลายเท้าของเซี่ยชิงเหอเขาก้มลงเก็บขึ้นมา “ท่านรู้แล้วหรือว่า ข้าจะส่งคุณหนูเจ็ดออกไป?”ลุงกุ้ยเก็บดาบกลับเข้าฝัก ก่อนเงยหน้ากรอกน้ำลงไปจนหมดชามใหญ่ แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้าดูเจ้ามาตั้งแต่เด็กจะไม่รู้ว่าจิตใจเจ้าคิดสิ่งใดได้อย่างไรเล่า ยังไม่ทันเจ้าจะส่งนางออกไป ข้าก็ล่วงรู้เสียแล้ว”เซี่ยชิงเหอถึงกับตกตะลึง “เหตุใดท่านจึงไม่ห้ามปรามข้า หากไม่ใช่เพราะท่านไม่ยอม ข้าก็ไม่ต้องลอบทำเรื่องเช่นนี้”“ห้ามปรามเช่นนั้นหรือ?”ลุงกุ้ยเผยสีหน้าเศร้าสร้อย “เจ้าอุตส่าห์ยอมปิดบัง