ิ้วเหมือนจะซึมผ่านเสื้อผ้าลงสู่บ่าของเขา ต้วนหลิงกะพริบตาไปครั้งหนึ่ง ท้ายที่สุดเขาก็ขึ้นม้าที่บนหลังม้าแคบยิ่งนัก ต่อให้ตั้งใจเลี่ยงเพียงใดก็ย่อมต้องกระทบกันอยู่ดี ทว่าหลินถิงหาได้ใส่ใจ เพราะถึงอย่างไร…สิ่งที่เคยผ่านไปแล้วก็มิใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ครานี้มีเขานั่งอยู่ด้านหลัง นางจึงไม่อาจเอนกายอย่างไร้เรี่ยวแรงดังเดิม หากทำเช่นนั้นก็จะเบียดเสียจนเขาลำบาก นางจึงค่อยๆ นั่งตัวตรงเมื่อกายตั้งตรง แผ่นหลังและเอวของนางก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะเสียดสีกับอกของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนของต้วนหลิงไล้ผ่านต้นคอด้านหลัง แม้กลิ่นลมหายใจจะอ่อนโยน แต่กลับหนักแน่นชัดเจนในทุกจังหวะนางก้มหน้าลงต่ำ ขณะที่ต้วนหลิงยกสองมือโอบผ่านเอวสองข้างของนาง ไปคว้าบังเหียนในมือ มือของเขานั้นเรียวยาว ข้อต่อชัดเจน ผิวขาวจนเส้นเลือดสีเขียวซีดแลเห็นรางๆ ดั่งผิวบางแวววาว ดูงดงามนักเมื่อมองมือคู่นั้น หลินถิงก็พลันนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น-ยามที่เขากับนางกลายเป็นหนึ่งเดียว มือคู่นี้กำเอวของนางแน่นแล้วก็คลายไป คว้าบ้าง จับผ้าห่มบ้าง สิบนิ้วของเขาแดงเรื่อไม่ต่างจากใบหน้า น่ามองจนยากถอนสายตาครั้งแล้วครั้งเล่า นางสัมผัสได้ว่าเขาเหมือนจะพยายามขยับกายขึ้นสูง แต่ก็หยุดกลางคันทุกครา คล้ายมีบางสิ่งเหนี่ยวรั้งไว้ ทำให้ท้องน้อยที่ชุ่มเหงื่อสั่นสะท้านอยู่ตลอด หยาดเหงื่อไหลตามเอวลงเปียกผืนผ้า เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลินถิงก็หันกลับไปมองเขาอย่างไม่รู้ตัว