่วชุนออกจากแขน เลือดพลันพุ่งทะลักยิ่งกว่าเดิม เขากลับก้าวทีละก้าวเดินตรงไปยังต้วนหลิงเซี่ยจื่อม่อรู้ดีถึงความโหดเหี้ยมไร้ปรานีของต้วนหลิง หวั่นว่าอีกฝ่ายจะลงมือซ้ำ จึงรีบยื่นแขนห้ามไว้ “เซี่ยอู่! อย่าไป!”ทว่าถูกเซี่ยชิงเหอผลักออกอย่างไม่ลังเล มือทั้งสองประคองดาบที่ยังอาบเลือด ยื่นส่งคืนด้วยท่าทีสงบนิ่ง “ท่านต้วน……ดาบของท่าน”เขามิได้โทษต้วนหลิงที่คิดสังหารตน และก็ไม่มีสิทธิ์จะโทษเสียด้วยซ้ำ ถูกฟันบาดเจ็บเช่นนี้กลับรู้สึกสาแก่ใจ โล่งใจไปบ้างด้วยซ้ำ เพราะหลินถิงถูกลุงกุ้ยจับตัวไปยังค่ายทหาร เขาเองก็มีความผิด……ความผิดเพราะไร้ความสามารถภายใต้แสงจันทร์ ดาบซิ่วชุนมีหยาดโลหิตกระเซ็นพร่างพราว ประดับอยู่เหนือสลักลายบนคมดาบ สีแดงฉานดั่งดอกเหมยกลางหิมะ หลินถิงรู้สึกอารมณ์ขึ้นลงราวกับคลื่นทะเล พอเห็นเซี่ยชิงเหอไม่สิ้นชีพใต้คมดาบของต้วนหลิงร่างกายที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ถึงบางเรื่องเขาอาจมีส่วนผิดโดยอ้อม แต่โทษนั้นยังไม่ถึงขั้นต้องตายสิ่งสำคัญที่สุด-หากเซี่ยชิงเหอต้องมาตาย ณ ที่นี้ แล้วจินอันไจ้ซึ่งยังถูกคุมอยู่ในค่ายทหารเล่า จะเป็นเช่นไร?การที่ต้วนหลิงลงมือกับเซี่ยชิงเหอ เป็นสิ่งที่หลินถิงมิได้คาดหมายเลย เพราะเมื่อครู่ตอนพบหน้ากัน สีหน้าเขานั้นสงบนิ่ง หาได้เหมือนผู้คิดจะสังหารไม่ หากแต่พอใคร่ครวญให้ดี กลับเห็นว่าเรื่องนี้ก็ไม่พ้นธรรมชาติของเขา-บุรุษผู้ล้างแค้นแม้เพียงเล็กน้อยในต้นฉบับ…