เขาก็เป็นเช่นนี้! ว่าไปแล้ว หากนับผู้ที่รู้จักตัวตนแท้จริงของต้วนหลิงที่สุดในโลกนี้ ก็คงเป็นนางเองที่เคยอ่านเรื่องราวมาก่อน ทว่าครั้นเห็นเขาลงมือ นางกลับมีเพียงความห่วงใยว่าเซี่ยชิงเหอจะตายหรือไม่ หาได้มีความหวาดกลัว หรือคิดอยากหนีห่างจากเขาไม่เมื่อนึกถึงเหตุที่ต้วนหลิงเมื่อคืนทั้งคืนออกไปปฏิบัติราชการ ครั้นรุ่งเช้ากลับเรือนแล้วพบว่านางหายตัวไป จึงตามหานางทั้งวัน หลินถิงก็อดมิได้ที่จะเหลียวมองเขา นางยืนเคียงข้างเขา มองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าคมคายตัดกับแสงเงา รอยสันจมูกกับแนวกรามชัดเจนเป็นสลักศิลป์นางเหลือบมองเขาอยู่หลายครา ก่อนจะเหลือบไปยังเซี่ยชิงเหอที่อยู่ตรงหน้า ครุ่นคิดเพียงครู่ก็คิดจะก้าวออกไปรับดาบซิ่วชุนที่อีกฝ่ายยังยกค้างอยู่ในอากาศมาไว้ในมือ แต่สายตาดุจเหยี่ยวของต้วนหลิงกวาดมาทันที เขายื่นมือข้างหนึ่งคว้าข้อมือนาง อีกข้างรับดาบคืนไป ไม่ลงมือซ้ำต่อหน้า และไม่ยอมให้นางแตะต้องเลือดของเซี่ยชิงเหอ เพียงเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ“ขอโทษ มือมันลื่นไปหน่อย”ว่ามือพลาด แต่ทุกผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ล้วนมองออกชัดว่าแท้จริงเขาประสงค์สังหาร! เซี่ยชิงเหอทนเจ็บ ยกแขนข้างที่บาดเจ็บขึ้น ใช้สองมือประสาน คำนับต่อหน้าหลินถิงกับต้วนหลิง พร้อมเอื้อนคำว่า “ขออภัย”เขายืนไม่ไกลนัก กลิ่นคาวโลหิตคลุ้งออกมาจนหลินถิงยังได้กลิ่น รสเลือดแหลมคมปะปนในสายลม นางรู้สึกสับสนปั่นป่วนในใจร่างกายผอมบางของเซี่ยชิงเหอ สั่นไห