ปิดดวงตาเขาเสีย นางคุกเข่าครึ่งตัวบนเก้าอี้หล่อฮั่น ยกถ้วยชาหอมจะกรอกใส่ปากเขา ทว่าต้วนหลิงกลับเผยอปากรับโดยดุษณี ถึงอย่างนั้น น้ำชาก็ยังไหลลงข้างมุมปาก เพราะหลินถิงมิได้คาดว่าเขาจะยอมเปิดปากรับ จึงรินแรงไปในคราแรก กว่าจะค่อยๆ ผ่อนแรงลงในตอนหลังน้ำชาทำให้มือนางที่จับคางเขาเปียกชื้น หยดน้ำร่วงลงกระทบชายกระโปรง แสงเทียนไหวระริก ขับให้ใบหน้าของต้วนหลิงแดงยิ่งขึ้น บนคางยังมีรอยนิ้วที่นางบีบไว้แดงเรื่ออยู่ไม่จาง ต้วนหลิงหาได้รู้สึกเจ็บไม่ กลับยินดีเสียอีกราวกับเป็นความสบายยากพรรณนา หวังให้นางออกแรงมากขึ้นอีก เพื่อจะทิ้งร่องรอยที่เป็นของนางเพียงผู้เดียวไว้บนกายเขาเขาเผลอครางต่ำออกมา หลินถิงคิดว่าตนทำให้เขาเจ็บ จึงรีบปล่อยมือ ให้เขารับถ้วยชามาบ้วนปากเอง ต้วนหลิงปิดซ่อนอารมณ์ในดวงตาไว้เงียบงันครั้นเขาบ้วนน้ำชาแล้ว หลินถิงก็นำผงถูฟันและกิ่งหลิวมาให้ ครานี้เขาไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงรับจากมือนางแล้วใช้ตามนั้น หลินถิงมองเขาล้างหน้าบ้วนปากจนเสร็จสิ้น จึงรู้สึกว่าความร้อนวูบวาบบนใบหน้าคลายลงบ้าง วางชุดน้ำชาลงด้วยท่าทีประหนึ่งมิได้เกิดเหตุใด แต่ในใจก็ยังไม่อาจทำได้ดังนั้นนัก“เมื่อครู่นี้…ท่าน…”นางเอ่ยเพียงครึ่ง กลับมิอาจเอ่ยต่อไปได้ ต้วนหลิงหยิบสายรัดแพรที่นางทำหล่นขึ้นมา “ข้ารู้ว่าข้าทำสิ่งใด หากเจ้ามิชอบ ต่อไปข้าย่อมไม่ทำ”หลินถิงมิรู้จะตอบประการใด จึงเบนหัวข้อสนทนา “อีกสองวันออกเดินทางไปอันเฉิง เรา