ไปทางน้ำหรือ?” เส้นทางบกย่อมใช้เวลามากกว่า อาจเกินสิบวัน“ล่องเรือไป”เมื่อได้ยินว่าเป็นทางน้ำ หลินถิงจึงวางใจ ต้วนหลิงหยิบผ้าเช็ดหน้าของนาง ซับหยดน้ำที่เหลือจากการล้างหน้าแล้วพับเก็บเรียบร้อย จากนั้นก็ละจากเก้าอี้หล่อฮั่น ขึ้นไปนอนบนเตียงราวกับจะพักผ่อน“ท่านมิทานอาหารค่ำหรือ?” หลินถิงเห็นเขาจนถึงยามจวี่ก็ยังมิกลับ จึงทานไปก่อนแล้ว นางมิใช่ผู้ที่ยอมอดเพราะผู้อื่น อีกทั้งพักนี้เขาก็มักกลับดึกเสมอต้วนหลิงนอนอยู่ด้านนอก เว้นด้านในไว้ให้นาง “ข้าทานในที่ว่าการฝ่ายเหนือแล้ว”เมื่อรู้ว่าเขาทานมาแล้ว หลินถิงก็ไม่จำเป็นต้องสั่งให้คนยกสำรับมาอีก “อ้อ” นางเองก็เพิ่งกินขนมไปมาก จึงเพียงเอ่ย “ท่านพักก่อน” แล้วมิได้ขึ้นเตียงตามค่ำคืนนั้นหลินถิงล้างหน้าชำระกายอย่างเชื่องช้า ภาพที่ต้วนหลิงโน้มตัวจุมพิตเท้านางยังติดตา เขาเงยหน้ามองนางขณะกระทำ ราวกับจะจำทุกรายละเอียดบนสีหน้านางให้ขึ้นใจ บุรุษรูปงามถึงเพียงนี้กลับทำเรื่องเช่นนั้น นับว่าประหลาดเกินคาดนางเหม่อมองผิวน้ำใสในอ่าง เห็นเงาสะท้อนของตนและของเขา หลินถิงจึงกวนผิวน้ำให้ภาพเลือนหายไป แล้วตักน้ำล้างหน้า เพียรให้จิตใจสงบลงครึ่งชั่วยามต่อมา นางจึงสิ้นสุดการล้างหน้าอันอ้อยอิ่ง เป่าดับเทียนแล้วกลับไปยังเตียง เมื่อปลดม่านและกำลังจะก้าวข้ามเขาไปด้านใน เขากลับขยับตัวขึ้น แต่หาได้โน้มตัวมาจุมพิต เพียงแค่ปล่อยมือร้อนผ่าวมาสัมผัสชายอาภรณ์ของนาง แล้วไล้ผ่านหลัง