เปลวเทียนลู่ไหว แสงเงาพลิ้วไหวไม่แน่นอน ด้านหลังเปลวเทียนสีแดง ต้วนหลิงโน้มกายต่ำ ฝังจูบลงระหว่างซอกนิ้วของหลินถิง ปลายลิ้นและริมฝีปากไล้ผ่านปลายนิ้วเบาๆ ขบเม้มแล้วปล่อยคล้ายจะหยอกเย้าเอาใจหลินถิงพลันยันกายลุกขึ้น นึกอยากชักมือกลับโดยไม่รู้ตัว ทว่าต้วนหลิงกลับกดข้อมือของนางไว้ ปลายนิ้วลูบไล้กระดูกที่นูนขึ้นแผ่วเบา ริมฝีปากไล่จากปลายนิ้วขึ้นมาตามหลังมือ แล้วลงเอยที่กระดูกข้อมือ ลิ้นอุ่นชื้นแตะเลีย แล้วยังโน้มลงดูดกลืนอย่างแผ่วเบาความร้อนชื้นจากริมฝีปากแผ่ซ่านขึ้นจากมือไล่ไปถึงกลางอกของหลินถิง ราวกับน้ำอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ค่อยๆ แทรกซึมผ่านผิวเนื้อทีละน้อย นางเริ่มหายใจติดขัด“ท่าน……ท่านต้วน…” หลินถิงยังไม่ถนัดจะเปลี่ยนการเรียกชื่อเขา แม้ก่อนหน้านี้เคยเรียกชื่อรอง “จื่ออวี่” ต่อหน้าเฝิงฮูหยินมาคราหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ก็ยังเผลอเรียก “ท่านต้วน” ออกไปดังเดิมต้วนหลิงมิได้ผละจากนาง ริมฝีปากและลิ้นยังแนบแน่นอยู่ตรงข้อมือนาง แนบแน่นเยียบเย็นดังงูที่เลื้อยวน ลากเลียวนรอบซ้ำไปซ้ำมา เขาประหนึ่งไม่ล่วงรู้ว่านางเพียงแกล้งหลับ “ตื่นแล้วหรือ?”หลินถิงย่อมไม่อาจรับว่าแสร้งหลับ จึงได้แต่ฝืนเอ่ย “เจ้าค่ะ เดิมทีก็นอนรอท่านกลับมา แต่พอนอนนานเข้า ก็เผลอหลับไป”เขากล่าวเสียงอ่อนโยน “เป็นความผิดของข้าเอง อาบน้ำเนิ่นนานเกินไป ทำให้เจ้ารอนาน”หลินถิงพยายามละเลยความรู้สึกแผดเผาที่วนเวียนอยู่บนมือ