“ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ เป็นข้าเองที่ไม่รู้เวลา”ต้วนหลิงลูบนิ้วเรียวที่ประดับกำไลหยก แล้วอมกลืนปลายนิ้วของนางทีละข้าง ไล่จากปลายนิ้วสู่ข้อมือ แววตาฉ่ำหวานจ้องมองนาง เอ่ยเตือนเบาๆ “ค่ำคืนนี้คือคืนเข้าหอของเรา”แม้ไม่เอ่ย นางก็หาลืมไม่ วันนี้คือวันที่ทั้งสองแต่งงานกัน คืนนี้คือคืนแห่งพิธีสมรส ห้องหอประดับตกแต่งด้วยกระดาษสีแดงคำว่า “สี่” รูปคู่มังกรหงส์และเทียนหอมกลิ่นอ่อนหวาน ทุกสิ่งล้วนบอกชัดว่า นี่คือคืนเข้าหอของพวกเขาหลินถิงขยับงอนิ้ว “อืม……”ต้วนหลิงจับปลายนิ้วของนางที่งอเข้าหากัน แล้วแยกออกทีละข้างด้วยการจูบ “เจ้ารักข้า เช่นนั้นก็ต้องชอบคืนเข้าหอเช่นนี้มิใช่หรือ?”เพราะหลินถิงลุกขึ้นนั่ง ส่วนต้วนหลิงก้มหน้าลงต่ำ จึงทำให้นางมองเขาจากด้านบน เห็นได้ชัดเจนทั้งใบหน้าลำคอ ไปจนถึงกระดูกไหปลาร้าที่เผยออกเพียงเล็กน้อย……หลินถิงกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัวยามนี้ เขาราวกับปล่อยใจ ปลดเปลื้องทุกสิ่งให้ปรากฏต่อสายตานางโดยไร้สิ่งปกปิด ทั้งยังเป็นการเปิดเผยที่เขายินยอม มอบสิทธิ์ให้นางได้ครอบครองและชักนำเขาอย่างหมดใจภาพของต้วนหลิงเมื่อสวมชุดขุนนาง คาดดาบซิ่วซุน นำพาองครักษ์เสื้อแพรปฏิบัติการพลันผุดขึ้นในห้วงคำนึงของนาง ครั้งนั้นแม้เขาจะดูสุภาพอ่อนโยน แต่กลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่ยากจะเพิกเฉย ทว่าในตอนนี้ แรงกดดันเหล่านั้นพลันจางหาย เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ชวนให้ผู้คนหลงใหลลุ่มหลงหากจะเปรียบต้วนหลิงเป็นบุปผา ก็