คงเป็นบุปผาพิษที่ผลิบานอยู่กลางหน้าผาสูงชัน ต้องการจะเด็ดมาไว้ครอบครองสักครั้ง กลับอาจพลัดตกลงไปสู่หุบเหวลึก……มิอาจหวนคืนหลินถิงพยายามไม่ให้ตนหลงใหลไปกับเขา นางมิได้ตอบคำ แต่กลับย้อนถามว่า “ท่านออกไปรับตัวเจ้าสาว แล้วยังต้องจัดเลี้ยงรับรองแขกเหรื่อมากมาย เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน คืนนี้พักผ่อนให้เร็วหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ?”เดิมทีนางตั้งใจจะบอกว่าตนเองเหนื่อยล้าและง่วงนอน อยากพักผ่อนแต่หัวค่ำ ทว่าเมื่อนึกถึงตอนเขาดูดนิ้วของนางขณะนางแกล้งหลับ ก็รู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีนัก จึงเลือกใช้ความห่วงใยเขาเป็นข้ออ้างแทน เผื่อว่าเขาจะเป็นฝ่ายยอมหยุดเองต้วนหลิงว่า “ข้าไม่เหนื่อย”นิ้วของหลินถิงเริ่มชินกับอุณหภูมิอุ่นร้อนจากเขาแล้ว ทว่าก็ยิ่งทำให้นางอยากชักมือกลับ “ท่านไม่ต้องฝืนตัวเองหรอกเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงทิ้งรอยกัดจางๆ บนมือของหลินถิง จางเสียจนแทบไม่อาจเห็นได้ชัด เพราะมันมิได้เจ็บ แต่กลับรู้สึกได้ชัดว่า……มันเคยเกิดขึ้นเขาเงยหน้ามองนาง “เจ้ากำลังหลีกเลี่ยงมิอยากร่วมสัมพันธ์กับข้าใช่หรือไม่?”หลินถิงรีบปฏิเสธ “หาใช่เช่นนั้น ข้าเพียงเป็นห่วงท่าน ท่านฟังไม่ออกหรือ? ท่านเพิ่งกลับถึงเมืองหลวงได้ไม่กี่วันแล้วก็ต้องเตรียมการแต่งงานอย่างเร่งรีบ แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ไม่เหนื่อยหรือเจ้าคะ?”ยังไม่ทันให้เขาตอบ นางก็กล่าวต่อ “ท่านเคยบอกว่าคนขององครักษ์เสื้อแพรสามารถไม่พักผ่อนได้หลายวัน ข้าจำได้ดี แต่ถึงกระนั