้น ท่านก็ได้อดหลับอดนอนมาหลายวันแล้วมิใช่หรือ?”เขาแค่นหัวเราะ ไม่กล่าวอันใด หลินถิงอ้างเหตุไม่หยุด “อีกอย่าง ท่านก็ยังมีโรคประจำตัวมิใช่หรือ? หากใช้แรงเกินไป กลัวว่าจะกระตุ้นให้โรคกำเริบเข้า ท่านจะทำเช่นไรดี? ถึงแม้ข้ายังไม่รู้ว่าท่านเป็นโรคอันใด แต่ข้าจำสีหน้าเจ็บปวดตอนท่านล้มป่วยได้ไม่ลืมเลย”ต้วนหลิงเพ่งมองดวงตาของนาง แล้วถามกลับ “เจ้าจะรังเกียจหรือไม่ หากรู้ว่าข้าเป็นโรค?”“ข้าเอ่ยเรื่องนี้เพราะเป็นห่วงท่าน หาใช่เพราะรังเกียจที่ท่านมีโรค” แม้ว่าเหตุผลที่นางขอแต่งกับเขาต่อหน้าผู้คนจะเป็นเพราะภารกิจของระบบ มิใช่ความรัก แต่เรื่องนั้น……นางไม่เคยรู้สึกขัดข้องหรือรังเกียจเขาเลยดวงตาต้วนหลิงหรี่ลง มือของเขาคลึงปลายเส้นผมของนาง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าโรคนั้นคือสิ่งใด แล้วเหตุใดจึงกล้ากล่าวว่าไม่รังเกียจ? เจ้า……รักข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ?”หลินถิงทำเป็นไม่ได้ยินคำถามหลัง เพียงตอบคำถามแรก “อย่างน้อย ข้าก็มิได้หลอกลวงท่าน”เขายิ้มกว้าง “ก็ใช่ หากเจ้ารังเกียจข้า คงไม่กล้าขอแต่งงานต่อหน้าผู้คนกระมัง? ขณะนั้นเจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้ามี‘โรค’ และก็เคยเห็นข้าอาการกำเริบมาแล้วด้วย”นางจึงถามกลับด้วยความอยากรู้ “เช่นนั้น……ตอนนี้ท่านยอมบอกข้าได้หรือยังว่า โรคนั้นคืออะไรกันแน่?”หลินถิงเคยเห็นตอนที่ต้วนหลิงอาการกำเริบ เมื่อนั้นนางรู้สึกสงสัย จึงแอบกลับไปค้นตำราแพทย์และสอบถามหมอ ทว่าอาการของเขากลับมิได้มีสิ่งใดชัดเจ