นนัก ก็แค่รู้สึกทรมาน เหงื่อออก เจ็บปวด ซึ่งล้วนเป็นอาการที่พบได้ในหลายโรค มิอาจฟันธงได้ว่าเป็นโรคใดแน่ชัดมือของต้วนหลิงไล้ผ่านเส้นผมยาวของนาง “เจ้าจำเป็นต้องรู้ตอนนี้เลยหรือ?”“มิใช่ว่าต้องรู้เดี๋ยวนี้ เพียงแต่……ไว้ถึงวันที่ท่านยินดีบอกข้าค่อยว่ากันเถิด” ไม่รู้เพราะเหตุใด พอได้ยินเขาถามเช่นนั้น หลินถิงกลับรู้สึกราวกับมีบางสิ่งมาผูกมัดนางเอาไว้ นางจึงมิได้ซักไซ้ต่อไป เพราะนิสัยของนางก็หาใช่คนที่จะฝืนใจผู้อื่นไม่“เช่นนั้นก็ไว้วันหลังเถิด”ต้วนหลิงตั้งแต่กลับมาจากการชำระกาย แล้วขึ้นเตียงมา ก็ยังคงก้มลงจูบเลียปลายนิ้วของนางไม่หยุด ทุกครั้งที่นางเอ่ยปากพูด เขาก็จูบ เมื่อเขาจะตอบจึงค่อยผละริมฝีปากออก ทุกอณูในมือนางล้วนชุ่มไปด้วยไออุ่นและกลิ่นหอมจากเขา ทำให้หลินถิงกระหายน้ำจนปากคอแห้งผาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆหลินถิงยังไม่อาจตั้งสติได้ดีนัก จึงพยายามถ่วงเวลาออกไป “ช่วงที่ผ่านมา ท่านเคยมีอาการกำเริบหรือไม่?” ที่นางว่าช่วงที่ผ่านมา หมายถึงระหว่างที่เขาออกไปทำหน้าที่นอกเมืองตามราชโองการต้วนหลิงประหนึ่งไม่รู้ว่านางกำลังหาทางถ่วงเวลา “กำเริบ……หลายครั้ง”“หลายครั้งหรือ?” นางตกใจจนเผลอจับข้อมือเขาไว้แน่น อยากร่นชายแขนเสื้อขึ้นดู “ท่านอย่าบอกนะว่ายังใช้วิธีทำร้ายตนเองเพื่อกดอาการ?”ต้วนหลิงกลับจับข้อมือนางไว้แน่น ไม่ให้นางเปิดแขนเสื้อดูรอยแผลเป็น “ไม่ ข้ามิได้ใช้วิธีทำร้ายตนเองแล้ว”เพราะบัดนี้ แม้แต่การ