ทำร้ายตนเองก็ไม่อาจระงับโรคได้อีกแล้ว บางสิ่งเมื่อได้ลิ้มลองแล้ว……ก็ยากจะหักห้ามหลินถิงยังวางมือไว้บนแขนเสื้อเขา “เช่นนั้น ท่านได้หาวิธีระงับอาการใหม่แล้วหรือ? วิธีใดกัน?”ต้วนหลิงมิได้ตอบคำ เพียงผละจากปลายนิ้วของนาง แล้วเงยหน้าขึ้นจูบ นำปลายลิ้นไล้ผ่านริมฝีปากที่ยังมิทันเผยอของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับเคาะประตูที่ปิดสนิทเบาๆ วิงวอนให้นางเปิดทางให้เขาหลินถิงก้มมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของต้วนหลิง ในหัวใจพลันหวั่นไหว รู้สึกเสมือนตนถูกผีร้ายที่ฆ่าคนด้วยการสมสู่ ฉุดข้อเท้าเอาไว้เสียแล้ว จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ลังเลทันใดนั้นเอง นางก็ได้ยินเสียงกระดิ่งเบาๆ ดังขึ้น แววตาหลินถิงพลันเคลื่อนตามเสียงไปยังเรือนผมของต้วนหลิงพบว่าแม้เขาจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ยังใช้กวานหยกปักเกล้าผมไว้ กระดิ่งเล็กๆ และขนนกขาวประดับอยู่กับกวานนั้นสะท้อนแสงเทียนระริก ดูมีชีวิตยิ่งนักเพียงแต่เขามิได้รวบผมทั้งหมดขึ้น ยังปล่อยผมลงมาครึ่งหนึ่ง หน้าตาหวานละมุนยิ่งกว่าหลินถิงเสียอีก เมื่อมองผ่านๆ กลับดูราวเป็นเจ้าสาวเสียเองเรือนผมยาวสยายของเขายังชื้นจากการอาบน้ำ ปลายผมส่ายไหวอยู่หน้าหลินถิง ชวนให้รู้สึกคันคะเยอ จะผลักออกก็เสียดาย จะคว้าจับไว้ก็ไม่กล้า สุดท้ายจึงทำอะไรไม่ถูกในห้องหอไม่มีลม ทว่าเมื่อใดที่ต้วนหลิงเคลื่อนไหว กระดิ่งบนปิ่นหยกนั้นก็จะดังขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นกระดิ่งและขนนกขาวบนปิ่นหยก ความคิดของหลินถิงพลันหวนกลับมาอี