ูกกั๋วซือกับแม่ทัพหญิงหยางที่โต้เถียงกันขวางทางไว้จึงกลับมาไม่ได้ ต้องรอให้ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายก่อนจึงค่อยวกกลับมาต้วนซินหนิงหาได้ขุ่นเคืองใจ เพราะเรื่องนั้นไม่อาจทำลายอารมณ์ดีของนางได้ อีกทั้งนางก็ยังไม่ล่วงรู้เรื่องกบฏที่เพิ่งเกิดขึ้น นางชี้ไปข้างหน้าพลางพูดด้วยรอยยิ้ม “เราไปเดินเล่นแถวนั้นอีกหน่อยดีหรือไม่?”หลินถิงมิได้ดับความเบิกบานของต้วนซินหนิง จึงร่วมเดินชมร้านรวงกับนางอีกครึ่งชั่วยาม ครั้นเสร็จสิ้นการเดินชมตลาด หลินถิงจึงกล่าวอ้างว่าอยากกลับจวนเอง มิให้พวกเขาติดตามไปส่ง แล้วตรงไปยังหอหนังสือเพื่อพบจินอันไจ้นางสอบถามว่าเขารู้เรื่องของเซี่ยชิงเหอ และพวกเขายังติดต่อกันอยู่หรือไม่“ข้าจะสืบเรื่องนี้ให้แน่ชัด หากได้ความใดจะรีบบอกเจ้า” จินอันไจ้เองก็ยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะเขาไม่เหมือนหลินถิงที่มีสายข่าวจากต้วนหลิงผู้ใกล้ชิดราชสำนัก อีกทั้งเซี่ยชิงเหอก็ยังมิได้ติดต่อมาอีกเลย สถานการณ์จึงยังไม่แจ่มชัดหลินถิงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา “เจ้าคิดว่าเซี่ยชิงเหอมีแนวโน้มจะคิดก่อกบฏหรือไม่?”จินอันไจ้ถอดหน้ากากออก สีหน้าสงบเยือกเย็น เขาเอื้อมมือไปลูบสุนัขตัวหนึ่งซึ่งนอนหมอบอยู่ที่พื้นอย่างหงอยเหงา ไม่ยอมกินอะไรเลย “ข้าไม่อาจรู้ได้ แต่ข้าหวังว่าเขาจะไม่เป็นเช่นนั้น” เขาไม่อยากถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องกบฏหลินถิงไม่เซ้าซี้อีก นางจึงออกจากหอหนังสือ ต้วนหลิงยืนรออยู่นอกหอหนังสือ เ