กลีบปากเจือสีชาดเลือนรางเพราะรอยจุมพิต ละเลียดไปถึงมุมปากของหลินถิง แม้นางจะมองไม่เห็น แต่กลับสัมผัสได้ถึงความชื้นที่แผ่วผ่านอย่างแผ่วเบา ราวกับจะกระตุกหัวใจให้สั่นไหวต้วนหลิงแนบชิดหลินถิง ลูบไล้ริมฝีปากไปมาอย่างต่อเนื่อง ชาดแต้มปากที่เปื้อนติดริมฝีปากเขา กลายเป็นสีชาดชัดเจนไม่น้อยกว่านางนัก ไม่นานสีที่ริมฝีปากเขาก็เข้มยิ่งกว่านางเสียอีกสีชาดยังเลือนลงไปถึงมุมปากของเขา บนผิวแก้มข้างนั้นปรากฏรอยแดงจางๆ คล้ายดอกไม้ผลิบาน เขายังใช้ปลายลิ้นเล็มรอยชาดบนริมฝีปากของนาง ลูกกระเดือกเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง กลืนกลิ่นหอมของดอกไม้จากชาดแต้มปากลงไป กลิ่นหอมนั้นลอยคลุ้งอยู่ข้างกาย แทรกซึมเข้าไปในร่างผ่านลมหายใจของทั้งสองสมองของหลินถิงราวกับถูกกลิ่นหอมซึ่งแปดเปื้อนลมหายใจของต้วนหลิงหลอมละลาย รู้สึกราวกับกำลังจะจมน้ำตายอย่างไร้เรี่ยวแรง นางเผยอปากเพื่อสูดอากาศตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกปลายลิ้นที่เปื้อนชาดของเขาเกี่ยวไว้ทำให้ปลายลิ้นของนางเองเปลี่ยนเป็นสีแดงไปด้วยระหว่างริมฝีปากของทั้งสอง มีเพียงกลิ่นหอมของชาดลอยวนไม่จางหาย มือซ้ายของต้วนหลิงเลื่อนลงมาประสานกับนิ้วของหลินถิงอย่างแนบแน่น มือขวาประคองต้นคอของนาง ปลายนิ้วไล้ผ่านเรือนผมเบาๆ อ่อนโยนราวกับจงใจล่อลวงให้นางไม่ถอยหนีปลายลิ้นของหลินถิงถูกเขาเกี่ยวค้างไว้เนิ่นนานจนเริ่มชา จึงขยับตอบสนองอย่างไม่รู้ตัว แล้วกดกลับไปเล็กน้อยแทบจะเป็นจังหวะเดียวกันที่ลม