หายใจของต้วนหลิงกราชั้นขึ้น เขาลืมตาและยุติจูบนั้นลงเมื่อเขาผละออก นางจึงรู้สึกว่าตนได้สติกลับคืนมา ที่แท้ก่อนหน้านี้เพิ่งตื่นนอน ส่วนตอนนี้จึงเรียกว่า “ตื่นจริง”หลินถิงเม้มปากอย่างไม่สบายใจสายลมพัดผ่านศาลา ละอองกลิ่นดอกไม้จางลงไปพร้อมกับไอร้อนแปลกประหลาดในร่างของหลินถิง เมื่อนางเงยหน้าขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือริมฝีปากของต้วนหลิงที่แดงจัดราวถูกกลั่นแกล้งมา ครึ่งหนึ่งของสีแดงนั้นมาจากแรงจูบ อีกครึ่งมาจากชาดของนาง มุมคางของเขาก็ไม่รอด กลิ่นอายเย้ายวนดูราวกับถูกปรนเปรออย่างรุนแรงจู่ๆ จมูกของหลินถิงก็ร้อนวูบขึ้นมา ราวกับจะมีเลือดกำเดาไหล นางรีบเบือนหน้าหนี ไม่กล้ามองต่อ ต้วนหลิงหันตัวโดยไม่เอ่ยคำใด เก็บภาพวาดไว้ในมือ แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางโดยไม่ได้เช็ดให้เหมือนครั้งก่อน หลินถิงไม่ได้คิดอะไรนักบนโต๊ะตรงกลางศาลามีผลไม้ ขนม และชา นางใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำชานิดหน่อยเพื่อเช็ดริมฝีปาก สีชาดเกือบจะถูกเขาละเลียดไปหมดแล้ว เหลือเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มและความร้อนลึกยากลืมเลือนนิสัย…ช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ หลินถิงรู้สึกว่าตนเริ่มจะชินกับจูบฉับพลันของต้วนหลิงเข้าเสียแล้ว พอนึกถึงตรงนี้ นางก็นั่งตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่าต้วนหลิงไม่มองนางอีก หันหน้าออกไปนอกศาลาแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่ของข้าอยากพบเจ้า หลังจากวาดภาพเสร็จแล้วไปหาเลย ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”ชุดกระโปรงแดงที่นางใส่ในวันนี้ ลวดลายและฝีมือประณีต คล้ายชุดแต่