า“ช่วยถือที ระวังอย่าให้หล่นล่ะ” จากนั้นยังแบ่งให้ต้วนซินหนิงอีกหลายถุง“ฝากท่านไว้”ต้วนหลิงรับมาเงียบๆ “อืม”หลินถิงยังไม่วางใจ ก้าวไปพลางหันกลับไปดูเขาสามรอบต่อหนึ่งก้าว พอเห็นว่าเขาถือแน่นแล้วจึงกลับไปแย่งถุงฝูไต้ต่ออีกรอบ นางกระโดดสูงยิ่งกว่าครั้งก่อน คว้าถุงฝูไต้ได้ก่อนที่มันจะถึงพื้นเสียอีก แม้แต่ท่านกั๋วซือที่นั่งอยู่ในเกี้ยว ยังอดหันมามองนางไม่ได้เขาลืมตัวไปเลยว่าต้องโปรยถุงฝูไต้ ยังดีที่หลินถิงตะโกนเตือน “หมดแล้วหรือเจ้าคะ? ไวเกินไปแล้ว ข้าน้อยจำได้ว่าปีที่แล้วยังโปรยได้นานกว่านี้อยู่เลยนะเจ้าคะ”เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบหยิบถุงฝูไต้ขึ้นมาโปรยต่อ หลินถิงกระโดดคว้าอย่างแม่นยำอีกครั้ง ไม่พลาดแม้แต่ถุงเดียว ดวงตาของกั๋วซือกระตุกวูบขึ้นทันใด พลันนึกขึ้นได้ว่า ปีที่แล้วขณะออกแห่ขบวนเช่นเดียวกันนี้ ก็มีสาวน้อยนางหนึ่งคลุมหน้า กระโจนคว้าถุงฝูไต้อย่างว่องไวราวกับเหยี่ยวออกล่า…รอบนี้หลินถิงเก็บมาได้อีกนับสิบถุง พอเริ่มไม่มีมือจะถือแล้วจึงหยุด วิ่งกลับไปหาต้วนหลิงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยืนเอนตัวนับ “ทรัพย์สงคราม” อย่างภูมิใจต้วนซินหนิงยืนอยู่ข้างๆ มองต้วนหลิงที่ตัวเต็มไปด้วยถุงฝูไต้แล้วอยากจะหัวเราะ แต่ก็ไม่กล้า สุดท้ายดึงเซี่ยจื่อม่อหนีไปซื้อโคมไฟ เพราะกลัวจะหลุดขำต่อหน้าเขาขณะหลินถิงนับถุงฝูไต้อยู่นั้น ก็มีองครักษ์ชุดเฟยอวี้ฝูผู้หนึ่งเบียดฝูงชนเข้ามา พูดกระซิบข้างหูต้วนหลิงสองสามคำ ต้วน