ด้านนอกของซองจดหมายไม่มีอันใดเขียนไว้เลย ครานี้จินอันไจ้จึงส่งมอบให้หลินถิงโดยตรง ไหนเลยต้วนหลิงจะเปิดออกดูเองได้ การปิดบังกลับจะยิ่งทำให้ผู้อื่นจับสังเกตได้ง่าย สู้วางท่าธรรมดาสามัญไปเสียยังจะดีกว่าจินอันไจ้กล่าวอย่างสำรวมว่า “จดหมายนี้ สหายในยุทธภพฝากให้ข้าส่งมอบแก่เจ้า”สหายในยุทธภพหรือ? หลินถิงแม้คาดเดาไม่ถูกว่าผู้ใดเป็นคนเขียน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าต้วนหลิงก็มิอาจแสดงท่าทีงุนงง จำต้องทำทีว่าเข้าใจแต่แรก ด้วยนางเคยบอกเขาไว้ว่าตนชอบคบหาผู้คนมากหน้าหลายตา“เจ้าค่ะ”นางรับจดหมายไว้แล้วเก็บใส่แขนเสื้อ ยังมิได้เปิดอ่านในทันที“เจ้าจากถนนเป่ยฉางมาตั้งแต่เมื่อใดหรือ?”เช้าวันนี้นางออกจากถนนเป่ยฉางแต่เช้า จึงไม่อาจล่วงรู้เหตุการณ์หลังจากนั้น“เมื่อครู่เอง”จินอันไจ้จากมาช้ากว่านาง หาไม่แล้วคงไม่เพิ่งมาถึงจวนหลินในเวลานี้ ต้วนหลิงก็เดินเข้ามาด้วยเช่นกัน เขามิได้เอ่ยถึงจดหมายนั้นแม้เพียงครึ่งคำ ราวกับไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย เพียงยิ้มมุมปากพลางกล่าวว่า“คุณชายจิน”จินอันไจ้หันกายไปทางเขา มือยังกุมดาบเหล็ก ใบหน้าที่ถูกหน้ากากปิดไว้สะท้อนแสงอาทิตย์ให้ดูพิกลยิ่งนัก น้ำเสียงของเขาก็ยังคงเย็นชาเช่นเดิม“ท่านต้วน”ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะกล่าวอะไรต่อ ประตูหน้าจวนหลินก็เปิดออก มีสาวใช้เดินออกมารดน้ำกวาดลาน สาวใช้รู้จักเพียงหลินถิงและต้วนหลิง สายตาจึงจับจ้องอยู่แต่เพียงสองคนนั้น ยิ้มดีใจพลางหันกลับไปในจวนแล้วร