น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงานเลยแม้แต่น้อย เขาชอบงานนั้นจริงๆ ไม่เหมือนหลินถิงที่ทำงานเพื่อเงินเท่านั้นหลินถิงพูดไปสองสามคำ ก็เริ่มขยับตัวอีกครั้ง แต่เมื่อได้ยินว่าอาจารย์พวาดภาพวาดส่วนศีรษะเสร็จแล้ว นางจึงเอนศีรษะเล็กน้อย แต่ร่างกายยังคงอยู่ท่าเดิมหากเป็นยุคปัจจุบัน เพียงถ่ายภาพก็เรียบร้อย แต่นี่……ยังต้องใช้พู่กันละเลงไปทีละเส้น เมื่ออาจารย์พวาดภาพวาดถึงช่วงลำตัว ก็เห็นว่าต้วนหลิงกำผ้าไหมผูกผมของหลินถิงไว้ในมือ เขาหยุดมือเงียบๆ เหลือบตาดูทั้งสอง ก่อนตัดสินใจวาดลงไป ผ้าไหมสีแดงสดอยู่ในฝ่ามือของบุรุษผู้หนึ่งครึ่งชั่วยามผ่านไป หลินถิงเอนศีรษะพิงเสาศาลา หลับไปแล้ว อาจารย์พวาดภาพวาดภาพเสร็จ จึงก้มศีรษะคารวะเบาๆ แล้วจากไปพร้อมหญิงต่างแคว้นคนนั้นต้วนหลิงลุกขึ้น มองภาพอยู่นาน จากนั้นจึงเดินมาหาหลินถิง ตั้งใจจะปลุก แต่เมื่อมองใบหน้าของนางดีๆ เขากลับมิได้เอ่ยเรียก ริมฝีปากของนาง……ยังคงแต้มชาดที่เขาแต้มไว้ด้วยมือเขาเอง เมื่อคิดดังนั้น เขาก็โน้มตัวลง……แตะริมฝีปากตนกับนางอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ กลืนกินกลิ่นหอมของชาดจากดอกไม้ที่แต่งอยู่บนเรียวปากนั้นหลินถิง……ลืมตาตื่นพอดี