ก็ขยับเข้าไปก่อน กระโปรงสีแดงสดของนางคลุมทับชายเสื้อเขา ต้วนหลิงเห็นว่านางเป็นฝ่ายขยับมาใกล้เสียก่อน ก็มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่หลินถิงหันหน้าเข้าหาอาจารย์พวาดภาพ เขาจึงเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของนางในศาลามีเพียงพวกเขาสองคน ร่างแนบชิด ผ้าไหมผูกผมแบบปีกผีเสื้อของหลินถิงห้อยลงมา อยู่ในฝ่ามือต้วนหลิง เขากำไว้โดยไม่รู้ตัว และคราวนี้หลินถิงมิได้ขยับตัว ผ้าไหมจึงไม่เลื่อนหลุดไปอาจารย์พวาดภาพเริ่มลงมือวาด รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงนก เสียงแมลง และเสียงลมพัดผ่านแมกไม้ หลินถิงเป็นคนอยู่ไม่สุข การให้นั่งนิ่งครึ่งชั่วยามเป็นเรื่องยากเย็นอย่างยิ่ง นางนั่งไปได้ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกคันตรงนั้นตรงนี้ ทั้งที่ไม่มีแมลงใดบินมา เป็นเพียงอาการอยากขยับตัวเท่านั้นนางพยายามเบนความสนใจ “ท่านต้วน”เขาหันมาทันที มือของอาจารย์พวาดภาพที่กำลังวาดใบหน้าของเขาชะงัก “คุณชายต้วน โปรดหันหน้ากลับมาข้ากำลังวาดหน้าท่านอยู่พอดี”ต้วนหลิงจึงหันกลับ “เจ้ามีอันใดจะถาม”หลินถิงรู้สึกกระดากอยู่บ้าง หากไม่ใช่นางเรียก เขาคงไม่ขยับ “ข้าขอถามท่านหน่อย……เหตุใดท่านจึงเลือกเป็นองครักษ์เสื้อแพร เพราะบิดาท่านคือผู้บัญชาการหรือ?”แต่ในใจนางกลับรู้สึกว่า……ไม่ใช่แค่เหตุผลนั้น ต้วนหลิงดูเหมือนรู้ทันความคิดของนาง “ข้าไม่ได้เป็นองครักษ์เสื้อแพรเพราะท่านพ่อ ข้าเลือกทางนี้ด้วยใจของข้าเอง ข้าชอบสืบคดี ชอบไต่สวน……ชอบความรู้สึกเวลาจับคนร้าย”ไม่