่งหน้าให้ข้าสบายเพียงใด ข้าก็ควรทำให้ท่านรู้สึกดีไม่ต่างกัน”ต้วนหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย หลินถิงตั้งใจมัดผมให้เขาอย่างสุดความสามารถ แต่การมัดผมให้ผู้อื่นกับการมัดผมตนเองมันต่างกันนัก ผมเขามักจะหลุดเล็ดลอดปลายนิ้วนางทุกครั้งจนแล้วจนรอด ในที่สุดนางก็รวบผมของเขาได้ครบถ้วน หยิบกวานหยกที่เฝิงฮูหยินเตรียมไว้ “เสร็จแล้ว รอสักครู่ข้าจะสวมกวานให้ท่าน”ต้วนหลิงกลับยื่นกวานหยกเล่มหนึ่งให้แทน “ใช้กวานเล่มนี้ก็พอแล้ว”สายตาหลินถิงจับจ้องกวานหยกในมือเขา เป็นกวานที่นางเคยมอบให้เขา“แต่นี่เป็นวันสำคัญ เฝิงฮูหยินอุตส่าห์เตรียมกวานหยกใหม่มาให้ ท่านใช้มันเถิด”“แล้วอย่างไรเล่า” เขาตอบเรียบๆหลินถิงลังเลอยู่ชั่วครู่ ก็เก็บกวานไว้ แล้วรับกวานหยกจากเขามาเสียบไว้ในมวยผม “เรียบร้อย ท่านดูหน่อยเถิดว่าพอเหมาะหรือไม่” นางไม่แน่ใจว่าตนมัดแน่นเกินไปหรือหลวมเกินไปต้วนหลิงว่า “พอแล้ว”นางจึงถอยหลังเล็กน้อย ให้เขาลุกขึ้นได้ “เช่นนั้นก็ไปกันเถิด”อาจารย์พวาดภาพรออยู่ที่ลานหลังเรือน เชิญพวกเขานั่งลงในศาลาริมน้ำ ให้นั่งนิ่งครึ่งชั่วยามหลินถิงนั่งลงได้ไม่ทันไร อาจารย์พวาดภาพก็กล่าวขึ้นอีก “คุณหนูหลิน คุณชายต้วน โปรดนั่งใกล้กันอีกนิด อย่าเว้นระยะห่างเกินไป”ห่างหรือ? หลินถิงมองระยะห่างระหว่างตนกับต้วนหลิง ยังไม่ถึงหนึ่งนิ้วเสียด้วยซ้ำ นางจึงเข้าใจว่า……อาจารย์วาดภาพคงอยากให้ไหล่แนบไหล่กันมากกว่านี้ก่อนที่ต้วนหลิงจะขยับตัว หลินถิง