มงามอย่างแท้จริง งามดุจดอกบัวแดงผลิบานเต็มที่ งามจนแทบหยุดหายใจ และหลินถิง……ก็หาได้รังเกียจไม่ไม่ทันรู้ตัวก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการแต้มชาดริมฝีปาก ต้วนหลิงล้างมือจนสะอาด แล้วเปิดกล่องชาด ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยชาดบางเบา กดลงบนริมฝีปากที่หลินถิงกำลังเม้มแน่น เขาค่อยๆ ลูบเบาๆ ข้ามร่องริมฝีปาก สีชาดซึมเข้าไปถึงไออุ่นในช่องปากหัวใจหลินถิงเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ พลันนึกถึงความฝันบ้าบอคืนนั้น ที่เขา……เลียเท้านาง นางขยับปลายนิ้วเบาๆ แววตาชำเลืองมองเขา ก่อนจะเบนสายตาหนีไปเมื่อทาเสร็จ ต้วนหลิงก็วางมือลงโดยไม่ใช้ผ้าเช็ดออก ถึงคราวหลินถิงต้องรวบผมให้เขา นางลุกขึ้นยืน ขณะที่เขานั่งลง หลินถิงเอื้อมมือไปดึงกวานหยกออกจากมวยผมของเขา เส้นผมยาวดำขลับร่วงลง ราวกับจะพันเกี่ยวอยู่ในฝ่ามือนางกลิ่นหอมจางๆ จากไม้จันทน์ยิ่งทวีความเข้มข้น หลินถิงหยิบหวีไม้จันทน์แล้วค่อยๆ หวีผมให้เขา แต่ก็เห็นมือต้วนหลิงที่วางอยู่บนโต๊ะค่อยๆ กำแน่น ราวกับอดทนกับบางสิ่งนางหยุดมือลง “ข้า……ทำให้ท่านรู้สึกเจ็บหรือเปล่า? ถ้าเจ็บก็บอกข้าเถิด ข้าจะได้เบามือ ไม่จำเป็นต้องฝืนทนเลย”แม้นางจะไม่รู้สึกว่าตนเองลงแรงนัก แต่ก็ยังคงยึดตามความรู้สึกของเขาเป็นสำคัญ ต้วนหลิงรู้ดีว่านางคงเห็นการขยับมือนั้น ถึงได้เอ่ยถามเช่นนี้เขาคลายกำมือ “ไม่เป็นไร”หลินถิงก็ยังคงลงมือเบากว่าเดิม คิดว่าเขาคงอดกลั้นเพื่อรักษาหน้านาง “ถ้าเจ็บจริงๆ ก็บอกได้ ท่านแต