จุมพิตนั้นรวดเร็วราวหยดน้ำแตะผิวน้ำ กระทบเพียงแผ่วเบาแล้วผละจาก เหลือเพียงไออุ่นแผ่วและกลิ่นหอมชื้นจาง หลินถิงตกใจจนถอยหลังไปอีกครึ่งก้าว ปิ่นทองที่ปักผมไว้ไม่แน่นร่วงหล่นลงมาทว่าครานี้ต้วนหลิงคว้าปิ่นทองไว้ได้ทันก่อนจะตกถึงพื้น เขาส่งคืนให้นาง ท่วงท่าขณะก้มหน้าลงคล้ายพระโพธิสัตว์ผู้แสนเมตตา“เป็นอะไรไปหรือ? ข้านึกว่าเจ้าจะชอบความใกล้ชิดเช่นนี้เสียอีก ไยวันนั้นที่เราพบกันในหอหนานซาน เจ้าจึงได้ปฏิบัติต่อข้าเช่นนั้นเล่า?”หลินถิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา “ข้าชอบ”ในขณะนั้นเอง เถ้าแก่ร้านก็ใกล้จะเดินมาถึง แต่กลับถูกลูกจ้างเรียกให้หันไปอีกทาง“เถ้าแก่! กำไลทองที่เฉินฮูหยินสั่งไว้หายไปไหนขอรับ?”ต้วนหลิงหยิบต่างหูหยกม่วงฝังทองขึ้นมาดูอย่างไม่ใส่ใจนัก นิ้วเรียวยาวของเขาเขย่าตุ้มห้อยเล็กๆ ที่ปลายเบาๆเสียงกระดิ่งกระทบหยกดังใส“ในเมื่อเจ้าชอบ แล้วเหตุใดพักหลังถึงไม่เคยเป็นฝ่ายเข้ามาใกล้ข้าเลยเล่า?”หลินถิงพยายามนึกคำแก้ตัว “เพราะข้ารู้สึกว่าทั้งหมดนี้ไม่ค่อยเหมือนความจริงนัก……ข้ายังปรับตัวไม่ทัน”ต้วนหลิงยกมือถอดตุ้มหูพู่ที่ห้อยอยู่บนติ่งหูนางออก แล้วเปลี่ยนเป็นต่างหูหยกม่วงคู่ใหม่ นิ้วมืออุ่นร้อนของเขาสัมผัสกับผิวเย็นเฉียบของหยก ปลายนิ้วจับอยู่ตรงติ่งหูของนาง “แล้ววันนี้เล่า……วันนี้ยังรู้สึกไม่เหมือนจริงอยู่หรือไม่?”เขาไม่ค่อยชำนาญในการใส่ต่างหูให้ผู้อื่น ลองอยู่หลายครั้งกว่าจะหาช่องเล็กๆ ที