ขณะหลินถิงเคาะประตู นางก็ร้องเรียกอยู่หลายคำ ทว่ากลับไม่มีผู้ใดตอบรับ ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า หรือว่าต้วนหลิงเผลอลืมดับเทียนแล้วเข้านอนไปเสียแล้วเหตุที่นางมาเคาะประตูก็เพราะเห็นแสงไฟลอดออกมาจากภายในห้อง คิดว่าเขายังไม่หลับจึงอาศัยข้ออ้างว่าจะนำขนมมาให้ เพื่อใช้เป็นโอกาสแอบหยั่งเชิงถามความในใจของเขาต่ออีกสักหน่อย แต่ไม่คาดว่าเขาจะหลับเร็วเช่นนี้บัดนี้เพิ่งยามซวีต้น เพิ่งจะเข้าสู่ยามค่ำคืนได้ไม่นานหลินถิงยืนลังเลอยู่หน้าห้องครู่หนึ่ง มองแสงสว่างเลือนรางที่ลอดออกมาจากในห้อง สุดท้ายก็ตัดสินใจจะกลับไปนางไม่อาจเรียกผู้ที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นได้ ตอนตนพักผ่อนก็มักจะรังเกียจการถูกรบกวนยิ่งนัก ทว่าขณะนางกำลังจะยกเท้าก้าวเดิน เสียงประตูกลับเปิดออก กลิ่นหอมของไม้จันทน์จากกระถางกำยานภายในห้องลอยออกมาชวนเคลิบเคลิ้มพร้อมกับเสียงของต้วนหลิงดังขึ้น“มีธุระหรือ?”เสียงลมหายใจของต้วนหลิงฟังออกว่าผิดแผกไปเล็กน้อย หากมิได้ตั้งใจฟังย่อมแยกแยะไม่ออก หลินถิงหาได้สังเกตไม่ นางหันกลับมามองเขาแล้วยื่นจานขนมในมือขึ้นเล็กน้อย “ข้าได้ยินว่าท่านมิได้ทานอาหารค่ำ เลยนำขนมมาให้หากหิวเมื่อใดก็ทานได้เลย”กล่าวจบ นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ต้วนหลิงเปลี่ยนเป็นชุดคลุมตัวใหม่ ผมที่ขมับยังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย หางคิ้วงดงามคล้ายถูกย้อมด้วยสีแดงเรื่ออ่อนๆ หลินถิงมองเขาอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ ก็รู้สึกชาที่แขนที่ยกถาดขนมอยู่โดยไร้สาเหต