ในดวงตาของหลินถิง เอ่ยอย่างมีรอยยิ้ม “หากพวกเขากล้าพาเซี่ยชิงเหอออกจากเมือง ข้าจะจับทั้งหมด ผู้ใดให้ความช่วยเหลือ ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกับเขา……ต้องตาย ข้าอยากรู้ว่าความภักดีของพวกเขา มีค่าถึงขนาดกล้าสละชีวิตหรือไม่”ขณะนั้นมีบุตรชายสกุลขุนนางเดินเข้ามา “คุณชายรอง พวกเราจะไปดื่มกัน ท่านไปด้วยกันเถิด”ภายในจวน พวกเขาเรียกเขาว่าคุณชายรอง แต่เมื่อออกนอกจวนแล้ว ใครๆ ก็เรียกว่า “ท่านรองผู้บัญชาการ”หรือ “ท่านรองผู้บังคับการ”ต้วนหลิงไม่พูดอะไรอีก เดินตามพวกเขาไป “คุณหนูเจ็ด ขอลา”หลินถิงรับคำ “เชิญตามสบายเจ้าค่ะ”หลังฟังคำของต้วนหลิงแล้ว หลินถิงก็มิอาจสำราญใจต่อไปได้ นางไปหาที่นั่งสงบใจ ครุ่นคิดนิ่งๆ อยู่ถึงครึ่งชั่วยามต้วนซินหนิงตั้งใจจะมาหานาง แต่ถูกเซี่ยจื่อม่อรั้งไว้เสียก่อน พอนั่งนานจนปวดก้น หลินถิงจึงลุกเดินไปตามทางหินในสวน เพื่อยืดเส้นยืดสายเดินไปเดินมา ก็พลันพบศาลาเล็กที่มีม่านบางห้อยลงมารอบด้าน ภายในเห็นเงาร่างผู้หนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวริมราวไม้ ข้างตัวเหมือนจะมีไหสุราลมเย็นพัดเบา สายน้ำในสระนอกศาลาไหวระริก บรรยากาศช่างคล้ายกับศาลาในวัยเยาว์ ที่นางเคยเกือบผลักต้วนหลิงตกน้ำไป เป็นความทรงจำที่น่าชังยิ่งด้วยสัญชาตญาณ นางรู้ว่าผู้ที่นั่งอยู่ในศาลานั้นคือเขา-ต้วนหลิง เขาไม่ไปดื่มสุรากับเหล่าบุตรขุนนางแล้วหรือ?หรือว่า……ดื่มเสร็จแล้ว? กระนั้นผ่านมาครึ่งชั่วยามก็ไม่น่าใช่เรื่องแปลกแต่อย