่รองของเจ้ามานานแล้ว” กระนั้นหรือ?หลินถิงมิได้แยแสสายตาผู้คน ทว่ากลับใส่ใจสายตาของมารดาและสหายเป็นพิเศษ แต่มองอีกแง่ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ อย่างน้อยเรื่องนี้ก็จะทำให้มารดาของนาง หลี่จิงชิว และเฝิงฮูหยินรู้ว่าต้วนหลิงหาได้มีใจให้นางเลย แล้วคงเลิกคิดจะจับคู่นางกับเขา หรือตั้งเรื่องหมั้นหมายขึ้นอีกในภายภาคหน้าอย่างไรก็ตาม หลินถิงก็ยังรู้สึกปวดหัว นางรู้สึกว่าตนพูดประโยค “ข้าปรารถนาแต่งกับท่าน” ต่อหน้าต้วนหลิงไม่ออกจริงๆหลินถิงเงยหน้ามองต้วนหลิง เห็นเพียงริมฝีปากของเขาขยับเบาๆ ทว่าเสียงของระบบยังดังสะท้อนอยู่ในหู ทำให้นางไม่ได้ยินชัดนักว่าเขากำลังพูดสิ่งใดกระทั่งเวลาผ่านไปชั่วครู่ นางจึงได้ยินเสียงต้วนหลิงอีกครั้ง เสียงของเขานุ่มนวล แฝงไออุ่นน่าเคลิบเคลิ้ม ราวกับกระแสไฟเบาบางที่ไหลผ่านหู แทรกซึมสู่ทั่วร่างกายของนางอย่างไม่รู้ตัว“คุณหนูเจ็ด……กำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”คิดอยู่ว่าจะ “ขอท่านแต่งงานต่อหน้าผู้คน” อย่างไรดี……นางคิดในใจ ทว่ากลับตอบออกไปว่า “อยู่ดีๆ ข้าก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมา……ท่านเมื่อครู่กล่าวว่าอย่างไรนะ? กำไลหยกนี่มีความหมายเช่นไร?”เสียงของเขาฟังยากจะจับอารมณ์: “กำไลหยกวงนี้ ข้าตั้งใจมอบให้กับว่าที่ภรรยาในอนาคตของข้า”หลินถิงสูดลมหายใจเข้าลึก รีบร้อนเอ่ยว่า “ข้า……ข้าไม่รู้เรื่องจริงๆ เฝิงฮูหยินเพียงแต่บอกว่าอยากให้ของขวัญข้าสักชิ้น แล้วก็มอบกำไลวงนี้มา บอกเพียงว่าแม้แต่หล