ิงอวี่ก็มีวงหนึ่งเช่นเดียวกัน มิได้เอ่ยเลยว่านี่คือของขวัญสำหรับว่าที่สะใภ้ของท่าน……”นางเข้าใจมาตลอดว่าเป็น “กำไลเพื่อนสาว” เสียอีก หาได้ล่วงรู้เลยว่าเฝิงฮูหยินซึ่งพบหน้านางไม่กี่ครา กลับตัดสินใจมอบกำไลซึ่งควรเป็นของสะใภ้ในอนาคตเช่นนี้ให้นางโดยง่าย ช่างบุ่มบ่ามเสียจริง หลินถิงลอบบ่นในใจต้วนหลิงเหลือบตามองกำไลหยกที่ข้อมือนางอีกครั้ง: “หลิงอวี่ก็มีวงหนึ่งจริง ทว่า……วงที่เจ้าสวมอยู่นั้น ข้าเตรียมไว้ให้ภรรยาในอนาคตของข้าโดยเฉพาะ”หลินถิงรู้สึกราวกับถูกวางไว้บนเตาไฟ: “ข้าคิดว่าเฝิงฮูหยินคงเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา จึงมอบกำไลให้แก่ข้า”เขาไม่ตอบ นางเหลียวซ้ายแลขวา เกรงว่าผู้คนจะเห็น จึงยื่นมือลงใต้โต๊ะ ตั้งใจจะถอดกำไลวงร้อนผ่าวนี้ออก:“เช่นนั้น ข้าคืนให้เดี๋ยวนี้เลย”ต้วนหลิงยังคงนิ่งเฉย สายตาติดตามมือลงไปใต้โต๊ะ มองดูนางพยายามถอดกำไลด้วยความเร่งร้อนผ่านไปครู่หนึ่ง กำไลหยกยังคงอยู่ที่เดิม นางถอดไม่ออกเสียอย่างนั้น อาจเพราะช่วงนี้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นนิดหน่อย“ท่านต้วน ข้ามิใช่ไม่ยอมคืน ข้า……ถอดมันไม่ออกจริงๆ”เขาเพียงเอ่ยว่า “ไม่รีบร้อน”หลินถิงพยายามอีกหลายครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม นางจึงกล่าวอย่างจริงใจว่า “พอกลับถึงจวน ข้าจะหาวิธีถอดมันออกมา ท่านวางใจได้”ต้วนหลิงมองดูข้อมือที่แดงเป็นรอยเพราะพยายามถอดกำไลของนาง เขาไม่พูดอะไร แต่แววตาที่หลุบต่ำดูจะพูดแทนความคิดว่า นางอยากถอดมันออก