ขนาดนั้นเชียวหรือ……เขาเบือนสายตาไปทางอื่น “อืม แล้วแต่เจ้า”หลินถิงปล่อยชายแขนเสื้อที่เลิกขึ้นไว้เพื่อปิดกำไลที่ยังถอดไม่ออก นางคิดว่าเมื่อกลับถึงจวน ค่อยทายาขี้ผึ้งหรือน้ำมันที่ข้อมือแล้วลองถอดดูอีกที แต่ตอนนี้อยู่ในงานเลี้ยง ไม่สะดวกจะลุกไปหายาหรือทาอะไรต้วนซินหนิงเอนตัวเข้ามาใกล้ “เล่ออวิ๋น เจ้ากับพี่รองของข้าแอบกระซิบอะไรกันอยู่นั่นน่ะ”เมื่อครู่ต้วนซินหนิงมัวแต่คุยกับบรรดาคุณหนูที่นั่งข้างๆ จึงมิได้ใส่ใจบทสนทนาของพวกเขา“ก็คุยกันเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ”หลินถิงมองไปยังกำไลหยกในมือต้วนซินหนิง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเฝิงฮูหยินถึงคิดว่านางกับต้วนหลิงมีใจให้กัน นางกับต้วนหลิงดูเหมือนรักใคร่ชอบพอกันตรงไหน? อะไรกันที่ทำให้เฝิงฮูหยินเข้าใจผิดเช่นนั้น?ต้วนซินหนิงมิได้เซ้าซี้ต่อ ยกชาผลไม้ชั้นดีให้แก่นาง “อันนี้อร่อยนะ เจ้าอยากลองไหม?”ขณะนั้นเซี่ยจื่อม่อซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็มองพวกนางบ่อยครั้ง ทว่าต้วนซินหนิงกลับไม่เคยมองตอบเลยสักครา คุยแต่กับคุณหนูรอบตัวหรือไม่ก็หันไปสนใจหลินถิง ทำเหมือนตนเองยุ่งมากแม้ใจหนึ่งนางจะรู้สึกยินดีที่ความสัมพันธ์กับเซี่ยจื่อม่อดูเหมือนจะก้าวหน้าขึ้น แต่อีกใจหนึ่งก็ยังไม่รู้จะเผชิญหน้าเขาอย่างไรดีหลินถิงรู้สึกถึงสายใยลับระหว่างสองคนนั้น แต่ก็มิได้แทรกแซงมากเกินไป แม้นางจะสนิทกับต้วนซินหนิงปานใดแต่เรื่องความรักระหว่างชายหญิง ก็มิควรล่วงเกินจนเกินควรถึงอย่างน