รุ่งเช้าวันถัดมา สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบา ทำลายความสงบแห่งราตรีที่ผ่านพ้นไปในพริบตา บนลานศิลาสีเขียวเปียกชื้น ด้านหลังเรือนปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้ก็แปรเปลี่ยนเป็นดินเลนเลอะเทอะหลินถิงทอดกายพิงกรอบหน้าต่างอย่างเกียจคร้าน ฟังเสียงฝนด้วยดวงตาว่างเปล่าเป็นระยะก็ยื่นมือออกไปรับเม็ดฝน นับแต่เมื่อวาน หลังจากจินอันไจ้ได้พบกับองค์หญิงผู้นั้น อารมณ์ของเขาก็เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม ราวกับมีอักษร“ห้ามผู้คนเข้าใกล้” ลอยอยู่รอบกาย เขากลับไปยังหอหนังสือโดยไม่ปริปากพูดจา เพียงจดจ่ออยู่กับการปรุงยาสำหรับสุนัขของตนนางเคยเอ่ยปากถามว่าทั้งสองรู้จักกันหรือไม่ เขาเพียงตอบสั้นๆ ว่า “รู้จัก” แล้วมิได้เอ่ยคำใดอีกนับแต่แคว้นต้าเหยียนล้มล้างต้าฮามานั้นก็แปดปีแล้ว จินอันไจ้ในยามนั้นมีอายุสิบเอ็ดปี ส่วนองค์หญิงก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน พวกเขาคงรู้จักกันแต่เยาว์วัย คนที่รู้จักในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นบุตรีของผู้ที่ล้มล้างแคว้นของตนจะให้รับได้โดยง่ายก็คงมิใช่หลินถิงระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน องค์หญิงเรียกเขาว่า “พี่ฉี” แต่เมื่อขันทีตามมาทันกลับเปลี่ยนไปเรียกว่า“คุณชาย” นั่นย่อมแสดงว่านางจำเขาได้ และยังตั้งใจจะช่วยปิดบังความลับอีกด้วย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในอดีตย่อมมิธรรมดาปีที่เปลี่ยนราชวงศ์นั้น นางยังเยาว์วัยเพียงสิบปี ยังมิทันตื่นรู้ ไม่ได้เข้าไปข้องแวะกับการชิงดีชิงเด่นในเรือนหลังเพียงมัวแต่ริษยาต้วนซินหนิง