เฆี่ยนของต้วนหลิงเกิดอาการเสียเลือดมาก เขาเป็นลมล้มลงในอ้อมแขนของหลินถิงเสียก่อน ยังไม่ทันได้ลงมือวางยานางกลิ่นไม้หอมที่โชยจากตัวเขาทำให้หลินถิงตะลึงชั่วครู่ ก่อนจะผลักเขาออกโดยสัญชาตญาณ แต่พลันนึกได้ว่ามีบ่าวเห็นนางนำถ้วยน้ำมา หากเขาเป็นอะไรไป……เคราะห์ร้ายเสียจริง รู้อย่างนี้ควรหลบซ่อนตัวเสียก่อนค่อยยื่นน้ำนางจึงรีบเปลี่ยนท่าที จากผลักเป็นประคอง ตะโกนออกไปอย่างตื่นตกใจ “เร็วเข้า! ท่านพี่รองต้วนเป็นลม!”บ่าวเข้ามาช่วยพยุงต้วนหลิงเข้าเรือน เรียกหมอมาดูอาการ เรื่องถึงหูเฝิงฮูหยิน นางรีบมาดูบุตรชายจนแน่ใจว่าอาการไม่ร้ายแรงจึงค่อยเบาใจ เมื่อฟังคำจากบ่าวว่าหลินถิงเป็นคนพบเขาหมดสติ “ช่วย” ไว้ทัน นางจึงปลื้มใจนัก มอบของกำนัลให้นางหนึ่งชุดหลินถิงได้ผลประโยชน์ยิ่งแสร้งแสดงออกอย่างห่วงใย ถามไถ่อาการของเขาไม่ขาดปาก ทำให้ทุกคนยกย่องว่านางเป็นเด็กหญิงจิตใจดีงาม เฝิงฮูหยินเห็นว่านางเป็นห่วงบุตรชาย จึงชวนให้นางนั่งรออยู่ด้านนอก รอจนต้วนหลิงฟื้นหลินถิงที่แสร้งทำเกินเหตุไปแล้ว ก็ต้องเล่นบทให้จบ นางจึงรับคำ ว่านอนสอนง่าย นั่งรออยู่ภายนอกกระทั่งเผลอหลับไปยามตะวันใกล้ลับฟ้า ต้วนหลิงก็ฟื้นขึ้นมา แต่หลินถิงยังหลับอยู่ เขาแหวกม่านเดินออกมา ก็เห็นนางฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ ผ้าผูกผมสีแดงของนางห้อยลงแตะไหล่ สั่นไหวตามจังหวะลมหายใจขณะนั้นเอง บ่าวจากลานด้านนอกเดินเข้ามา เห็นเขาฟื้นก็รีบไปแจ้งเฝิงฮูหยิน แล้วหันมามองส