สายลมภูเขาพัดหวีดหวิว พาเอากลิ่นคาวเลือดยิ่งแรงขึ้นกว่าเดิม หลินถิงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่สบายจมูกขณะที่กำลังจะถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก็พลันนึกถึงตอนที่ต้วนหลิงคว้าลูกธนูที่พุ่งมาหานางด้วยมือเปล่า นางจึงชะงักเท้าวางกลับที่เดิมเขาจะไม่ฆ่านาง แม้นหลินถิงยังไม่อาจเข้าใจเหตุผลที่ต้วนหลิงไม่คิดฆ่านาง ทว่าเพียงแค่เขาคว้าลูกธนูที่พุ่งมาหานางไว้ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงว่า เขา-จะไม่ฆ่านางต้วนหลิงไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นท่าทางเล็กน้อยของหลินถิง สายตาคมดุไล่มองลงมาที่เท้าซึ่งนางวางกลับไปที่เดิม แล้วจ้องอยู่นานราวกับงูพิษที่แลบลิ้นสีแดงเลื้อยเข้ามาพันรัด แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจ้องนางอีกครั้ง ใบหน้าของหลินถิงมีเพียงเหงื่อที่ผุดซึมออกมาเล็กน้อย ไม่มีแม้แต่รอยเลือดใดๆ สะอาดสะอ้านยิ่งนักแม้จะมีศพผู้สวมชุดดำล้มตายอยู่รอบกายมากมาย ล้วนเป็นฝีมือต้วนหลิง ทว่ากลับไม่มีแม้แต่หยดเลือดเปื้อนมาถึงตัวนาง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคดีเกินไป หรือเพราะมือมีดผู้นั้นชำนาญจนไม่ให้เลือดสาดกระเซ็นมาถึงในระยะไม่ไกล ใบไม้ใบหนึ่งเปรอะไปด้วยเลือด หยดโลหิตกลิ้งลงมาตามขอบใบ เสียงเลือดหยดกระทบพื้น“ติ๊ก……ตั๊ก……” ดังแว่วเข้าหูหลินถิงนางมิใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นต้วนหลิงฆ่าคน ตอนเห็นเขาชิงดาบจากมือคนชุดดำ นางก็รู้แล้วว่าเขาจะฆ่าโดยไม่ลังเลแต่ที่ไม่ทันคิดก็คือ วิธีการฆ่าของต้วนหลิงช่างอำมหิตเกินคาด การจะเป็นถึงองครักษ์เสื้อแพรได้นั้น สมแ