ยรัดข้อมือ ดวงตายาวเรียวทอเงาเร้นลับใต้แพขนตา ยิ่งทำให้ใบหน้าเขาดูราวกับภาพวาดจากหมึกในนิยายโบราณข้อมือที่เคยผูกสายรัดได้อย่างคล่องแคล่ว ทว่าคืนนี้กลับทำไม่ได้ สายรัดเส้นเล็กร่วงหล่นลงระหว่างปลายนิ้วครั้งแล้วครั้งเล่าถึงสามครา ต้วนหลิงเมินเฉยต่ออาการชาบริเวณข้อมือ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะบาดแผลจากคมมีดที่อาจลึกถึงเอ็นหลินถิงปรายตามองมือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขา นางยังไม่ลืมว่าแผลกลางฝ่ามือข้างหนึ่ง เป็นเพราะเขาออกแรงปัดธนูเพื่อช่วยนางไว้ “ข้าช่วยท่านเถิด”ต้วนหลิงเงยมองนาง “ลำบากแล้ว”นางหยิบสายรัดข้อมือทั้งสองข้างขึ้นมา พันไปรอบๆ อย่างเงียบงัน วัดขนาดข้อมือของเขาอย่างใกล้ชิด แล้วผูกเป็นปมรูปผีเสื้อ “ลองดูว่าพอเหมาะหรือไม่ หากแน่นเกินไป ข้าจะคลายให้อีกนิด”หลินถิงหาใช่ต้วนหลิงไม่ จึงมิอาจรู้แน่แท้เรื่องความกราชับหลวมหรือความรู้สึกได้ ได้แต่ใช้ตาเพ่งดูคร่าวๆเท่านั้นต้วนหลิงชักมือกลับ “ไม่จำเป็นแล้ว” เขาหยิบขวดหยกขึ้นมาขวดหนึ่ง เทของเหลวภายในลงบนร่างอันน่าสยดสยองของเหลียงอ๋อง คล้ายคนรดน้ำให้ต้นไม้เมื่อของเหลวนั้นสัมผัสผิวหนัง กลิ่นเหม็นฉุนแสบจมูกก็ลอยคลุ้งออกมาเพียงพริบตา ก่อนร่างทั้งร่างจะถูกกัดกร่อนหายไปในชั่วพริบตา เหลียงอ๋องราวกับไม่เคยปรากฏอยู่บนภูเขาแห่งนี้มาก่อน ใบหน้าของต้วนหลิงสงบนิ่ง มือที่ถือขวดหยกยังคงขาวสะอาดน่ามองดั่งเดิมหลินถิงรู้ได้ทันทีว่านั่นคือน้ำละลายศพ สิ่งขอ