ต้วนหลิงค่อยๆ ยืดตัวตรงขึ้นโดยไม่เช็ดเหงื่อที่ไหลอาบแก้ม ปล่อยให้มันหยดลงเงียบๆ ดวงตาหลุบมองผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งซึ่งเปื้อนโดยไม่ตั้งใจในห้องกลิ่นดอกสือหนานลอยอบอวล แต่บนผ้าเช็ดหน้านั้นกลับยิ่งหอมแรง ละอองน้ำลื่นไหลไปตามขอบผืนผ้าทิ้งคราบมัวหม่นไว้เป็นทาง กลิ่นหอมค่อยๆ ซึมเข้าไปในผืนผ้าอย่างแนบเนียนตอนนี้เขาไม่ได้กรีดข้อมือหรือใช้มือตนเองปลดปล่อย เหตุใดถึงได้…ไม่เหมือนกับยามค่ำคืนที่ไร้สติ ครั้งนี้เขามีสติครบถ้วน และเพราะเขามีสติเต็มที่ต้วนหลิงจึงจดจำความรู้สึกในชั่วพริบตานั้นได้ชัดเจน-กลิ่นหอมของสตรีลอยเข้าจมูกจากนั้นเขาก็สูญเสียการควบคุมทันทีจะเป็นเพราะผ้าเช็ดหน้าผืนนี้กระนั้นหรือ…ต้วนหลิงเก็บกายให้เรียบร้อย แล้วขอบ่าวรับใช้นำน้ำมาหนึ่งกะละมังก่อนจะเก็บผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา จุ่มลงในน้ำ ล้างคราบโสมมที่เปื้อนอยู่ เขาล้างอยู่เนิ่นนาน กว่าจะบิดน้ำออก แล้วนำไปพาดตากบนราวไม้ใกล้หน้าต่างเมื่อเปิดหน้าต่าง แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องเข้ามา ลมเย็นโชยมาพัดผ่านผืนผ้ายังเปียกชื้น กลิ่นหอมของดอกสือหนานดูเหมือนจะจางหาย…แต่ก็ยังแฝงเร้นอยู่ ณ มุมหนึ่งที่ผู้คนไม่อาจล่วงรู้***ที่เมืองหลวง หลินถิงก้าวเท้าเข้าสู่หอหนังสือในยามอาทิตย์อัสดง ก่อนเข้าไป นางสวมหน้ากากรูปปีศาจที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ถอดกระดิ่งหน้าประตูออกเพื่อไม่ให้เกิดเสียง แล้วเบาเท้าอย่างที่สุด หวังจะหลอกหลอนจินอันไจ้หอหนังสือตั้งอยู่ในมุมเงียบสงบของ