ก่อนจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ หลินถิงที่ไร้ซึ่งแผนการใดๆ ในใจ ได้จู่โจมจูบอย่างรุนแรง นางกลัวว่าจูบผิวเผินเพียงนิดจะไม่นับเป็นจูบ เสียโอกาสมีชีวิตรอดสุดท้ายนี้ไป จึงรวบรวมความกล้า แทรกเรียวลิ้นเข้าไปในริมฝีปากของต้วนหลิงที่ยังมิได้เม้มสนิท จูบเขาอย่างลึกซึ้ง พัวพันกับริมฝีปากและลิ้นของเขาเพียงสัมผัสกันในจังหวะนั้น หลินถิงก็รู้สึกได้ว่าต้วนหลิงเหมือนจะขยับเล็กน้อย นางกลัวจะล้มเหลวกลางทาง จึงยิ่งกดร่างเขาไว้แน่นขึ้น ร่างแทบจะทาบทับไปบนตัวเขา มือเท้าใช้ทั้งหมดเพื่อรั้งเขาไว้แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์จูบลึกมาก่อน ทำให้หลินถิงหายใจติดขัด ไม่รู้จะเปลี่ยนจังหวะหายใจอย่างไรแถมยังไม่กล้าผละจากริมฝีปากเขาเพื่อสูดอากาศ เพราะกลัวการจูบจะถูกขัดจังหวะ แล้วต้องเริ่มนับเวลาใหม่อีก ยิ่งนานใบหน้าหลินถิงก็ยิ่งแดงจัด ที่แดงมิใช่เพราะเขิน แต่เพราะขาดอากาศหายใจเมื่อรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหว มือไม้ของหลินถิงจึงเริ่มขยับไม่หยุด นิ้วเรียวสอดเข้ากลุ่มผมของต้วนหลิงแล้วถอนออก จากนั้นก็สอดกลับเข้าไปใหม่ ปลายนิ้วขาวนวลจมหายไปในเส้นผมดำขลับนุ่มลื่น ฝ่ามือที่โผล่ออกมาก็แนบสนิทกับต้นคอเขาเท้าที่เหยียบอยู่บนพื้นก็ขยับเปลี่ยนตำแหน่ง เหยียบลงไปบนกลีบดอกไม้ที่โปรยกระจาย บดขยี้จนสีแดงม่วงเปรอะเปื้อนพื้นไม้ทิ้งร่องรอยยุ่งเหยิงไว้ กลีบดอกไม้แหลกละเอียด กลิ่นหอมฟุ้งกระจายปกคอเสื้อต้วนหลิงหลวมเล็กน้อย เส้นผมยาวของหลินถ