อย่างนั้นก็ดีแล้ว บ่าวนึกว่าคุณหนูเจ็ด……”“นึกว่าอะไรอีกเล่า?” หลินถิงถาม“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ขอแค่คุณหนูเจ็ดปลอดภัยก็พอแล้ว” เถาจูแอบคิดว่านางคงยอมเสียสละเพื่อให้ท่านต้วนหลิงเข้าใจผิดว่านางมีใจให้ เพื่อแผนการอะไรบางอย่าง……หากเป็นเช่นนั้นก็น่าสงสารนักแต่ไม่ว่ายังไง เถาจูก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ “แล้วริมฝีปากของท่านไปโดนอะไรมาเจ้าคะ?”หลินถิงกล่าวเสียงเรียบ ตาไม่กะพริบ “ข้าสั่งอาหารเผ็ดมาเต็มโต๊ะที่หอหนานซาน เผ็ดเกินไปจนปากบวมไปหมดไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด”จินอันไจ้หลอกยาก แต่เถาจูนั้นง่ายดายนัก นางพยักหน้าเชื่อทันที “โถ่……อย่างนั้นเอง ครั้งหน้าท่านอย่าทานเผ็ดนักเลยเจ้าค่ะ ท่านดูสิ ปากบวมไปหมดแล้ว”หลินถิงพูดเสียงเบา “ได้ๆ”ประคบไปได้ไม่นาน อาการชาบริเวณริมฝีปากก็จางลง เปลี่ยนเป็นความรู้สึกเย็นสบาย นางหลับไปโดยไม่รู้ตัวเพียงครู่เดียว หลินถิงก็สะดุ้งตื่นจากฝันร้ายเถาจูรู้ดีว่าหากประคบนานเกินไปก็อาจทำร้ายผิวหนัง นางจึงหยุดไว้ก่อน และไปนั่งเย็บผ้าข้างเตียง ครั้นเห็นคุณหนูตื่นขึ้นก็รีบวางเข็มด้ายเดินเข้ามา“ท่านฝันร้ายอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”หลินถิงเช็ดเหงื่อเย็นที่ผุดเต็มหน้า “เจ้าช่วยส่งคนไปสืบทีว่าท่านต้วนหลิงเดินทางออกจากเมืองหลวงหรือยัง”ในฝันนั้น ท่านต้วนหลิงไม่ได้ฆ่านางทันทีหลังถูกจูบ แต่หลังจากออกจากเมืองหลวงไปแล้วกลับส่งจินอันไจ้มา“ฆ่าปิดปาก”นางตื่นมาก็ยังหวาดกลัว มันอาจเป็นไปได้ จึงอยากจะไปขอโทษอี