รถึงได้รู้จักใช้เล่ห์เหลี่ยมปิดบังความจริงได้เก่งถึงเพียงนี้กัน ข้าคงต้องมองเจ้าใหม่แล้ว” จินอันไจ้ผลักนางออกเบาๆ แล้วก้าวเดินอย่างสงบนิ่งกลับไปยังหอหนังสือของตนหลินถิงไม่ได้ตามไป นางคิดว่าค่อยอธิบายวันหลังก็ยังไม่สาย ตอนนี้ต้องรีบกลับไปประคบน้ำแข็งที่ปากก่อน การจูบธรรมดาไม่น่าทำให้บวมช้ำได้ถึงเพียงนี้ แต่นางกลัวจะทำพลาด จึงออกแรงไปเต็มที่ ถูไถไม่หยุดนางแตะริมฝีปากที่บวมเป่งอย่างเห็นได้ชัด แล้วพึมพำกับตนเองว่า “ครั้งหน้าไม่จูบแรงขนาดนี้แล้ว”……ผิดแล้ว ไม่สิ จะไม่มี “ครั้งหน้า” อีกแล้วต่างหาก!เมื่อนางกลับถึงจวนหลิน ก็รีบแอบเข้าทางประตูด้านข้าง หลีกเลี่ยงการพบเจอบ่าวไพร่ รีบตรงไปยังเรือนถิงหลิงของตนทันที แล้วเอนกายลงบนเตียง สั่งให้เถาจูไปเอาน้ำแข็งมาให้เถาจูรู้ว่าวันนี้หลินถิงไปพบกับท่านต้วนหลิง ครั้นเห็นสีหน้าและสภาพของนาง จึงคิดฟุ้งซ่านไปใหญ่ มือที่ถือห่อผ้าน้ำแข็งประคบรอยบวมให้ถึงกับสั่น น้ำตาคลอเบ้า “คุณหนูเจ็ด ท่านกับท่านต้วน……เขารังแกท่านหรือไม่เจ้าคะ?”ที่จริงเป็นนางต่างหากที่ “รังแก” เขา หลินถิงรู้สึกร้อนหน้าขึ้นมาทันที “ไม่มีหรอก”เถาจูสะอื้นเบาๆ “จริงหรือเจ้าคะ?”หลินถิงหยิบผ้าอีกผืน ห่อก้อนน้ำแข็งแล้วกดประคบปากไปด้วย พูดเสียงอู้อี้ “ข้าโกหกเจ้าทำไม ท่านต้วนหลิงมิได้ทำร้ายข้า กลับเป็นข้า……เอ่อ……รู้สึกผิดกับเขานิดหน่อย ข้าไม่อยากพูดถึงแล้ว”เถาจูยังน้ำตาคลอ มองนางด้วยสายตาเวทนา “